Skip links
นักเรียนจบ ม.4 วางแผนสอบ GED เพื่อสมัครเรียนต่อระดับปริญญาตรี

จบ ม.4 ไปต่อป.ตรีได้เลย? GED ทางลัดสู่ความสำเร็จที่ต้องวางแผนให้ถูก

ถ้าเรียนจบ ม.4 แล้วรู้สึกว่าเส้นทางมัธยมปลายแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ หลายคนคงเคยได้ยินว่า
“สอบ GED แล้วไปต่อมหาวิทยาลัยได้เลย” จนทำให้ GED
ถูกมองว่าเป็นทางลัดที่ช่วยลดเวลาและเปิดประตูสู่การเรียนระดับปริญญาตรีได้เร็วขึ้น

คำตอบคือ สามารถทำได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจบ ม.4
แล้วจะสมัครมหาวิทยาลัยได้ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข
ผู้เรียนต้องมีอายุถึงเกณฑ์ ผ่านข้อสอบ GED
ครบทั้ง 4 วิชา ขอเอกสารเทียบวุฒิให้เรียบร้อย
และมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรที่ต้องการสมัคร

บทความนี้จะพาไปรู้จัก GED แบบครบทุกขั้น ตั้งแต่ GED คืออะไร ใครสอบได้ ต้องสอบวิชาไหน
ใช้คะแนนเท่าไร ไปจนถึงวิธีนำวุฒิไปสมัครปริญญาตรีในประเทศไทยอย่างถูกต้อง

สรุปสั้น ๆ: GED
ช่วยให้ผู้เรียนสร้างวุฒิเทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้โดยไม่ต้องเรียนตามเส้นทางปกติจนจบ
ม.6 แต่การเข้ามหาวิทยาลัยยังขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของแต่ละคณะและมหาวิทยาลัย

GED คืออะไร และเทียบเท่า ม.6 จริงไหม?

GED ย่อมาจาก General Educational Development
เป็นการสอบวัดความรู้ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของสหรัฐอเมริกา เมื่อสอบผ่านครบทุกวิชา
ผู้สอบจะได้รับ High School Equivalency Diploma และ Transcript
เพื่อยืนยันว่ามีความรู้ในระดับเทียบเท่าผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลาย

สำหรับการนำมาใช้ในประเทศไทย ผู้สอบสามารถนำผล GED ไปยื่นขอเอกสารรับรองการเทียบวุฒิ
เพื่อใช้สมัครเรียนต่อในหลักสูตรที่ยอมรับวุฒิ GED ได้ อย่างไรก็ตาม คำว่า “เทียบเท่า ม.6”
ไม่ได้หมายความว่าทุกคณะจะรับโดยอัตโนมัติ เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยสามารถกำหนดคะแนนขั้นต่ำ
วิชาสอบเพิ่มเติม และคุณสมบัติของผู้สมัครแตกต่างกันได้

ดังนั้น ก่อนเลือกเส้นทาง GED ควรเริ่มจากการกำหนดมหาวิทยาลัยและคณะที่สนใจ
แล้วตรวจสอบประกาศรับสมัครล่าสุดของหลักสูตรนั้นโดยตรง

จบ ม.4 แล้วสอบ GED เพื่อไปต่อปริญญาตรีได้ไหม?

ได้ หากมีอายุอย่างน้อย 16 ปีและดำเนินการตามเงื่อนไขครบถ้วน นักเรียนที่เรียนจบ ม.4
ส่วนใหญ่มักมีอายุประมาณ 15–16 ปี จึงต้องตรวจสอบวันเกิดของตนเองก่อนวางแผนวันสอบ

นโยบาย GED สำหรับประเทศไทยระบุว่า:

  • อายุ 18 ปีขึ้นไป: สามารถเข้าสอบได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านอายุเพิ่มเติม
  • อายุ 16–17 ปี: ต้องดำเนินการขออนุมัติ Age Waiver ผ่านบัญชี GED ก่อน
    จึงจะสามารถจองวันสอบได้
  • อายุต่ำกว่า 16 ปี: ยังไม่สามารถเข้าสอบ GED ในประเทศไทยได้ตามเกณฑ์ปัจจุบัน

นอกจากอายุแล้ว ผู้สอบในประเทศไทยยังต้องผ่านแบบทดสอบ GED Ready
ในวิชาที่ต้องการสอบจริง โดยได้อย่างน้อย 145 คะแนน จึงจะสามารถจองสอบวิชานั้นได้

เพราะฉะนั้น คำว่า “จบ ม.4 แล้วไปต่อปริญญาตรีได้เลย”
จึงหมายถึงการเปลี่ยนจากเส้นทางเรียน ม.5–ม.6 มาเป็นเส้นทางสอบ GED
และเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ใช่การข้ามขั้นโดยไม่ต้องสอบหรือเตรียมเอกสาร

เส้นทางจาก ม.4 สู่ปริญญาตรีด้วย GED

  1. กำหนดคณะและมหาวิทยาลัยเป้าหมาย ตรวจสอบว่าหลักสูตรรับ GED หรือไม่
    และต้องใช้คะแนนอื่นเพิ่มเติม เช่น SAT, IELTS, TOEFL, TGAT, TPAT หรือ A-Level
    หรือไม่
  2. ตรวจสอบอายุและขอ Age Waiver หากอายุ 16–17 ปี
    ต้องดำเนินการขออนุมัติก่อนจองสอบ
  3. ประเมินพื้นฐานทั้ง 4 วิชา เพื่อดูว่าวิชาใดพร้อมสอบและวิชาใดต้องใช้เวลาเสริมพื้นฐาน
  4. เตรียมสอบ GED Ready ต้องทำคะแนนอย่างน้อย 145 ในวิชาที่ต้องการจองสอบจริง
  5. สอบ GED ให้ผ่านครบ 4 วิชา แต่ละวิชาต้องได้คะแนนอย่างน้อย 145 คะแนน
  6. รับ Diploma และ Transcript หลังสอบผ่านครบทุกวิชา
    ให้ดำเนินการรับเอกสารตามขั้นตอนของ GED Testing Service
  7. ขอเอกสารเทียบวุฒิและเทียบ GPAX สำหรับใช้ลงทะเบียนและสมัครผ่านระบบ TCAS
  8. สมัครมหาวิทยาลัยตามรอบที่กำหนด
    พร้อมยื่นคะแนนและเอกสารอื่นตามเกณฑ์ของคณะเป้าหมาย

หากวางแผนย้อนหลังจากวันรับสมัครมหาวิทยาลัย จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องสอบไม่ทัน
เอกสารออกไม่ทัน หรือคะแนนเพิ่มเติมไม่ครบตามกำหนด

GED ต้องสอบกี่วิชา?

ข้อสอบ GED แบ่งเป็น 4 วิชา ผู้สอบไม่จำเป็นต้องสอบทุกวิชาในวันเดียว
สามารถแยกสอบและจัดลำดับตามความพร้อมของตนเองได้

วิชาเนื้อหาหลักเวลาสอบโดยประมาณ
Reasoning Through Language Arts (RLA)การอ่านจับใจความ การวิเคราะห์ข้อโต้แย้ง ไวยากรณ์ และการเขียน Extended Response150 นาที
Mathematical Reasoningคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรขาคณิต พีชคณิต กราฟ และฟังก์ชัน115 นาที
Scienceการอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ การทดลอง ตัวเลข และกราฟ90 นาที
Social Studiesการอ่านเชิงสังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง เศรษฐศาสตร์ ข้อมูล และกราฟ70 นาที

ข้อสอบทุกวิชาเป็นภาษาอังกฤษ จึงต้องใช้ทั้งความรู้เนื้อหา ทักษะการอ่าน
และการวิเคราะห์โจทย์ร่วมกัน
ผู้เรียนที่เข้าใจเนื้อหาแต่ยังอ่านภาษาอังกฤษช้าอาจต้องเตรียมพื้นฐานภาษาควบคู่ไปด้วย

GED ต้องได้กี่คะแนนถึงจะผ่าน?

คะแนนของแต่ละวิชาอยู่ในช่วง 100–200 คะแนน โดยเกณฑ์พื้นฐานของ GED แบ่งได้ดังนี้

ช่วงคะแนนต่อวิชาระดับคะแนน
145–164GED Passing Score
165–174GED College Ready
175–200GED College Ready + Credit

หากต้องการสอบผ่าน GED ผู้สอบต้องได้ อย่างน้อย 145 คะแนนในทุกวิชา หรือรวมอย่างน้อย
580 คะแนนจากทั้ง 4 วิชา แต่คะแนนที่ผ่าน GED อาจยังไม่เท่ากับคะแนนที่มหาวิทยาลัยต้องการ
เพราะบางหลักสูตรสามารถกำหนดขั้นต่ำสูงกว่า 145 คะแนนต่อวิชาได้

วิธีวางเป้าที่เหมาะสมจึงไม่ใช่ถามเพียงว่า “ต้องได้เท่าไรถึงผ่าน” แต่ควรถามว่า
“คณะที่ต้องการสมัครใช้คะแนนเท่าไร” แล้วเตรียมคะแนนให้ถึงเป้าหมายนั้นตั้งแต่แรก

GED Ready คืออะไร ทำไมต้องสอบก่อน?

GED Ready เป็นแบบทดสอบฝึกอย่างเป็นทางการที่จำลองรูปแบบข้อสอบ GED
เพื่อประเมินว่าผู้เรียนมีความพร้อมเข้าสอบจริงมากน้อยเพียงใด ผู้สอบในประเทศไทยต้องทำ GED
Ready ให้ได้อย่างน้อย 145 คะแนนในวิชานั้น ก่อนระบบจะเปิดให้จองการสอบจริง

ประโยชน์ของ GED Ready ไม่ได้มีเพียงการปลดล็อกสิทธิ์จองสอบ
แต่ยังช่วยให้รู้ว่าควรทบทวนเนื้อหาใดเพิ่มเติม ก่อนเสียค่าใช้จ่ายและเวลาไปกับการสอบจริง

หากคะแนนยังไม่ถึง 145 ควรนำผลประเมินมาวางแผนอ่านหนังสือ ฝึกโจทย์
และทำความเข้าใจจุดอ่อนก่อนลองใหม่ แทนการรีบจองสอบโดยหวังพึ่งการเดาคำตอบ

สอบ GED ครบแล้ว สมัครมหาวิทยาลัยไทยอย่างไร?

ผู้ใช้วุฒิ GED ที่ต้องการสมัครผ่านระบบ TCAS ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มจาก Diploma และ
Transcript โดยข้อมูล TCAS70 ระบุแนวทางไว้ดังนี้

  • สอบ GED ครบ 4 วิชาแล้ว: ขอใบรับรองเทียบวุฒิการศึกษา (Equivalence
    Certificate) และใบเทียบผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX Equivalence Certificate)
  • ยังสอบ GED ไม่ครบ: อาจขอใบแทนรับรองเทียบวุฒิการศึกษา (Provisional
    Equivalence Certificate) เพื่อใช้ตามเงื่อนไขของระบบและรอบสมัครที่เกี่ยวข้อง

ผู้สมัครยังต้องตรวจสอบเกณฑ์ของคณะเป้าหมายด้วย เพราะบางหลักสูตรอาจรับวุฒิ GED
แต่ต้องการคะแนนสอบอื่นเพิ่มเติม หรือกำหนดคะแนน GED สูงกว่าเกณฑ์ผ่านทั่วไป

อย่าเลือกสอบ GED ก่อนเลือกเป้าหมายมหาวิทยาลัย
เพราะการรู้เกณฑ์ปลายทางตั้งแต่ต้นจะช่วยให้วางลำดับการสอบ GED คะแนนภาษาอังกฤษ
และข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ทันเวลา

GED เป็นทางลัดจริงหรือไม่?

GED เป็นทางเลือกที่สามารถช่วยประหยัดเวลาได้ แต่ไม่ใช่ทางลัดที่ปราศจากความพยายาม
ผู้เรียนต้องรับผิดชอบแผนการอ่าน การสอบ
และการสมัครมหาวิทยาลัยมากขึ้นกว่าการเรียนในระบบโรงเรียนที่มีตารางและครูแนะแนวคอยกำกับ

ข้อดีของ GEDเรื่องที่ต้องเตรียมรับมือ
จัดเวลาเตรียมตัวและแยกสอบทีละวิชาได้ต้องมีวินัยและบริหารแผนการเรียนด้วยตนเอง
ไม่ต้องรอเรียนตามระบบจนจบ ม.6ต้องมีอายุถึงเกณฑ์และผ่าน GED Ready ก่อน
ใช้สมัครมหาวิทยาลัยที่ยอมรับ GED ได้ไม่ใช่ทุกหลักสูตรที่ใช้เกณฑ์เหมือนกัน
พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและการคิดวิเคราะห์ข้อสอบทุกวิชาเป็นภาษาอังกฤษ
ออกแบบเส้นทางตามเป้าหมายรายบุคคลได้ต้องเตรียมเอกสารเทียบวุฒิและคะแนนอื่นให้ครบ

ความสำเร็จของเส้นทาง GED จึงไม่ได้วัดจากการสอบให้จบเร็วที่สุดเพียงอย่างเดียว
แต่คือการสอบผ่านด้วยคะแนนที่ใช้สมัครคณะเป้าหมายได้จริง
และมีความพร้อมสำหรับการเรียนระดับมหาวิทยาลัยหลังจากนั้น

GED เหมาะกับใคร?

  • นักเรียนที่ต้องการเปลี่ยนจากระบบมัธยมปลายปกติมาใช้เส้นทางสอบเทียบ
  • นักเรียนโฮมสคูลที่ต้องการวุฒิสำหรับสมัครมหาวิทยาลัย
  • ผู้ที่มีเป้าหมายคณะและมหาวิทยาลัยชัดเจน และตรวจสอบแล้วว่ารับ GED
  • ผู้ที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษเพียงพอหรือพร้อมพัฒนาอย่างจริงจัง
  • ผู้ที่สามารถวางแผนและรักษาวินัยในการเรียนด้วยตนเองได้
  • ผู้ที่ต้องการกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหลังจากออกจากโรงเรียน

แต่หากยังไม่รู้ว่าต้องการเรียนต่อคณะใด หรือยังไม่พร้อมรับผิดชอบการเรียนและเอกสารด้วยตนเอง
ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและเปรียบเทียบทางเลือกให้รอบด้านก่อนออกจากระบบโรงเรียนเดิม

เตรียม GED ให้ตรงเป้าหมายกับ Paradigm Education

สำหรับน้อง ๆ ที่กำลังเรียน ม.4 และสนใจใช้ GED เพื่อวางแผนเรียนต่อปริญญาตรี
สามารถปรึกษาทีม Paradigm Education เพื่อประเมินพื้นฐาน วางลำดับการสอบทั้ง 4 วิชา
และเชื่อมแผน GED เข้ากับกำหนดการสมัครมหาวิทยาลัยได้

Paradigm มีทั้งหลักสูตรเตรียมสอบ GED และศูนย์สอบ GED
ผู้เรียนสามารถเลือกเตรียมตัวแบบกลุ่มหรือตัวต่อตัวตามระดับพื้นฐานและเวลาที่มี
พร้อมรับคำแนะนำเรื่องโครงสร้างข้อสอบ GED Ready และการเตรียมตัวก่อนเข้าสอบจริง

ดูรายละเอียดคอร์สเตรียมสอบ
GED

ดูข้อมูลศูนย์สอบ GED ของ
Paradigm

เพราะ GED ที่ดีไม่ใช่แค่ “สอบให้ผ่านเร็ว”
แต่ต้องเป็นแผนที่พาไปถึงคณะและมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจไว้ได้จริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจบ ม.4 แล้วสอบ GED

จบ ม.4 แล้วสอบ GED ได้เลยไหม?

สอบได้เมื่อมีอายุอย่างน้อย 16 ปี หากมีอายุ 16–17 ปี ต้องทำ Age Waiver
และได้รับอนุมัติก่อนจึงจะจองสอบได้ ส่วนผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปไม่มีข้อจำกัดด้านอายุเพิ่มเติม

สอบ GED แล้วเข้ามหาวิทยาลัยได้ทันทีหรือไม่?

ไม่ใช่โดยอัตโนมัติ ผู้สอบต้องผ่าน GED ครบ 4 วิชา ขอเอกสารเทียบวุฒิและเทียบ GPAX
และมีคะแนนหรือคุณสมบัติอื่นครบตามเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยที่สมัคร

GED ต้องสอบกี่วิชา?

GED มี 4 วิชา ได้แก่ Reasoning Through Language Arts, Mathematical
Reasoning, Science และ Social Studies โดยสามารถแยกสอบทีละวิชาได้

GED ต้องได้กี่คะแนนถึงจะผ่าน?

ต้องได้อย่างน้อย 145 คะแนนในทุกวิชา รวมขั้นต่ำ 580 คะแนนจาก 4 วิชา
แต่บางมหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรอาจกำหนดคะแนนสูงกว่านี้

ต้องสอบ GED Ready ก่อนสอบจริงไหม?

สำหรับผู้สอบในประเทศไทย ต้องผ่าน GED Ready อย่างน้อย 145 คะแนนในวิชาที่ต้องการสอบ
จึงจะสามารถจองการสอบ GED วิชานั้นได้

วุฒิ GED ใช้สมัคร TCAS ได้ไหม?

ใช้สมัครได้ตามหลักสูตรที่ยอมรับ GED โดยต้องขอ Equivalence Certificate และ GPAX
Equivalence Certificate หรือเอกสารชั่วคราวตามสถานะการสอบและข้อกำหนดของระบบ
TCAS

หมายเหตุ: นโยบายการสอบ ราคา ขั้นตอนเทียบวุฒิ
และเกณฑ์รับสมัครของมหาวิทยาลัยอาจเปลี่ยนแปลงได้ ผู้สมัครควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก GED
Testing Service, ระบบ TCAS และมหาวิทยาลัยเป้าหมายก่อนดำเนินการทุกครั้ง

แหล่งข้อมูล: GED Testing Service: Thailand
Policies
, GED Test
Subjects
, GED Test
Scores
,
TCAS70 และ Paradigm GED
Courses

Leave a comment

สอบถามได้ที่นี่ค่ะ
This popup will close in:
This popup will close in: 10