GED Courses

📢 GED Promotion ลดสูงสุด 15,000 บาท 📖

✅ เลือกวันและเวลาเรียนได้
✅ เนื้อหาการเรียนจะอิงจากพื้นฐานของผู้เรียนเป็นหลัก
✅ ประเมินผลสัมฤทธิ์ก่อนสอบจริง

🔥ด่วนนน ที่นั่งมีจำนวนจำกัด🔥

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
📲 02-2558889 or 084-6621414

 

เรียน GED ที่ ไหน ดี ติว สอบ GED ที่ ไหน ดี

ที่ Paradigm มีคอร์สเตรียมสอบ GED แบบการันตีผลคะแนนทั้งแบบเดี่ยวและกลุ่ม

สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร : 02 255 8889

เรียน GED ที่ไหนดี

คอร์สเตรียมสอบ GED ของพาราไดม์เป็นคอร์สที่ช่วยพัฒนาทักษะทางภาษาของผู้เรียน ให้ได้ตรงกับมาตรฐานของการสอบ GED หลักสูตรของพาราไดม์นั้นจะประกอบไปด้วยคอร์สเรียนที่หลากหลายซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจเนื้อหาในแต่ละวิชาและเรียนรู้เทคนิคการทำข้อสอบเพื่อให้นักเรียนสามารถทำข้อสอบได้ดีในแต่ละวิชา

GED ประกอบด้วยเนื้อหา 4 แขนง คือ
  1. Reading Through Language Arts (RLA) : 150 นาที
  • ส่วนที่ 1 : 27 นาที*
  • ส่วนที่ 2 : 45 นาที
  • พัก : 10 นาที
  • ส่วนที่ 3 : 60 นาที*

*เวลาในส่วนที่ 1 และ 3 อาจจะมีความต่างจากที่แจ้งให้ทราบด้านบน แต่อย่างไรก็ตาม เวลารวมของการสอบทั้งหมดคือ 150 นาที

  1. Mathematical Reasoning : 115 นาที
  • ส่วนที่ 1 : คำถาม 5 ข้อแรก ไม่อนุญาติให้ใช้เครื่องคิดเลข
  • ส่วนที่ 2 : คำถาม 41 ข้อที่เหลือ อนุญาติให้ใช้เครื่องคิดเลข
  1. Science : 90 นาที
  2. Social Studies : 70 นาที

 

The GED® test consists of four content areas
  1. Reasoning Through Language Arts (RLA) : 150 minutes
  • Section 1 : 27 minutes*
  • Section 2 : 45 minutes
  • Student Break : 10 minutes
  • Section 3 : 60 minutes*

* The time allotted for sections 1 and 3 may vary slightly, but the total test time will always be 150 minutes.

  1. Mathematical Reasoning : 115 minutes
  • Part 1 : first 5 test questions calculator not allowed
  • Part 2 : remaining 41 test questions calculator allowed
  1. Science : 90 minutes
  2. Social Studies : 70 minutes

For more information and how to register the test, please visit the official GED website. (https://ged.com/en/)

 

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนสอบ GED 
ข้อ คำถาม คำตอบ
1 การสอบ GED คืออะไร ? GED (The General Educational Development) คือการสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของประเทศอเมริกา

โดยเมื่อนักเรียนสอบแล้วจะได้รับใบประกาศนียบัตรซึ่งสามารถนำไปยื่นสมัครเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาได้ โดยในปัจจุบันวุฒิ GED เป็นที่ยอมรับทั้งจากมหาวิทยาลัยต่างๆในไทยและทั่วโลก

2 วิชาที่สอบมีอะไรบ้าง ? GED ประกอบด้วย 4 วิชา คือ

  • Reasoning Through Language Arts (ภาษาอังกฤษ) โดยใช้เวลาสอบ 150 นาที
  • Mathematic Reasoning  (คณิตศาสตร์) โดยใช้เวลาสอบ 115 นาที
  • Science  (วิทยาศาสตร์) โดยใช้เวลาสอบ 90 นาที
  • Social Studies (สังคมศาสตร์) โดยใช้เวลาสอบ 70 นาที
3 ต้องทำข้อสอบให้ได้กี่คะแนนถึงจะสอบผ่าน ? โดยคะแนนเต็มของแต่ละวิชานั้นจะอยู่ที่ 200 คะแนน ซึ่งผู้สอบจะต้องทำคะแนนในแต่ละวิชาให้ได้อย่างน้อย 145 คะแนนจึงจะถือว่าสอบผ่านและได้รับ GED Diploma and Transcript ซึ่งเอกสาร 2 อย่างนี้จะต้องทำการ Request ในระบบหลังจากสอบผ่านแล้ว มิฉะนั้นจะไม่มีเอกสารใดๆส่งมา

นอกจากต้องสอบให้ได้วิชาละ 145 คะแนนขึ้นไปแล้ว บางมหาวิทยาลัยได้มีการเพิ่มเกณฑ์ขั้นต่ำตามรายละเอียดดังนี้

  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์: ต้องทำคะแนนให้ได้วิชาละ 165 คะแนนขึ้นไป จึงจะมีสิทธิสมัครเรียน
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: ต้องทำคะแนนรวมทั้ง 4 วิชาให้ได้ 660 คะแนนขึ้นไป จึงจะมีสิทธิสมัครเรียน
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC): ต้องทำคะแนนรวมทั้ง 4 วิชาให้ได้ 600 คะแนนขึ้นไป จึงจะมีสิทธิสมัครเรียน
4 GED Ready คืออะไร ? GED Ready มีรายละเอียดดังนี้ คือ

  • GED Ready คือ การฝึกทำข้อสอบ GED เสมือนจริง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนสมัครสอบจริง
  • ผู้สอบจะต้องทำแบบทดสอบ GED Ready ให้ผ่านก่อน โดยในแต่ละวิชาต้องทำคะแนนให้ได้วิชาละ 155 คะแนนขึ้นไป ถึงจะสามารถสมัครสอบจริงได้
  • ผู้สอบสามารถฝึกทำข้อสอบ GED Ready ได้ที่บ้านหรือว่าสถานที่ที่ผู้สอบสะดวก โดยไม่ต้องไปสอบที่สนามสอบจริง
5 ค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ GED เท่าไหร่ ? ค่าสอบ GED Ready (ฝึกสอบ) คือ

  • 1 วิชา =  6 USD (เหรียญดอลลาร์สหรัฐ)
  • 4 วิชา =  24 USD (เหรียญดอลลาร์สหรัฐ)

ค่าสอบ GED (สอบจริง) คือ

  • 1 วิชา =  80 USD (เหรียญดอลลาร์สหรัฐ)
  • 4 วิชา =  320 USD (เหรียญดอลลาร์สหรัฐ)
6 ใครสามารถสอบ GED ได้บ้าง และต้องมีอายุเท่าไหร่ ? คุณสมบัติของผู้สอบ GED คือ

  • GED เปิดสอบสำหรับบุคคลทั่วไป หรือผู้ที่ต้องการใช้วุฒิการศึกษาเพื่อยื่นศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย
  • ผู้สอบ GED จะต้องมีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • สำหรับผู้สอบที่มีอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ ผู้สอบต้องปริ้นเอกสาร Consent Form เพื่อให้ผู้ปกครองเซ็นยินยอม และสแกนส่งกลับไปที่อีเมล์ help@ged.com เพื่อให้ GED ตรวจสอบ และรออนุมัติประมาณ 3 ถึง 5 วัน
  • ผู้สอบจะต้องทำแบบทดสอบ GED Ready ให้ผ่านก่อน โดยในแต่ละวิชาต้องทำคะแนนให้ได้วิชาละ 155 คะแนนขึ้นไป ถึงจะสามารถสมัครสอบจริงได้
7 ขั้นตอนการสมัครสอบ GED ต้องทำอย่างไร ? ขั้นตอนการสมัครสอบ GED มีดังนี้ คือ

  • เข้าไปสมัครสอบที่เว็บไซด์ www.ged.com
  • ทำการ Create Account ของผู้สอบ
  • ผู้สอบ GED จะต้องมีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • สำหรับผู้สอบที่มีอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ ผู้สอบต้องปริ้นเอกสาร Consent Form เพื่อให้ผู้ปกครองเซ็นยินยอม และสแกนส่งกลับไปที่อีเมล์ help@ged.com เพื่อให้ GED ตรวจสอบ และรออนุมัติประมาณ 3 ถึง 5 วัน
  • ผู้สอบจะต้องทำแบบทดสอบ GED Ready ให้ผ่านก่อน โดยในแต่ละวิชาต้องทำคะแนนให้ได้วิชาละ 155 คะแนนขึ้นไป ถึงจะสามารถสมัครสอบจริงได้
8 มีคณะหรือมหาวิทยาลัยใดบ้างในประเทศไทยที่รับวุฒิการศึกษาของ GED ? คณะหรือมหาวิทยาลัยในประเทศไทยที่รับวุฒิการศึกษาของ GED มีดังนี้ คือ

  • คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (BBA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • คณะเศรษฐศาสตร์ (EBA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • คณะนิเทศสาสตร์ (COMM ARTS) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • คณะจิตวิทยา (JIPP) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (BBA) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • คณะเศรษฐศาสตร์ (BE) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน (BJM) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ (TEP/TEPE) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • International Business, Mahidol University International College
  • Communication Design, Mahidol University International College
9 คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ 145 จะต้องทำอย่างไร ? ในกรณีที่ผู้สอบได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ 145 คะแนน ผู้สอบจะต้องลงทะเบียนสมัครสอบใหม่ โดยมีรายละเอียดดังนี้ คือ

  • หากผู้สอบได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ 145 คะแนน ผู้สอบสามารถลงทะเบียนสมัครสอบติดต่อกันได้ไม่เกิน 3 ครั้ง
  • หากในครั้งที่ 3 คะแนนยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องพักสอบเป็นเวลา 60 วัน ถึงจะสามารถลงทะเบียนสอบครั้งที่ 4 ได้
  • และในการสมัครสอบครั้งต่อๆไปต่อจากครั้งที่ 4 ในทุกๆครั้ง ผู้สอบก็ต้องพักสอบเป็นเวลา 60 วันเช่นกัน ถึงจะสามารถลงทะเบียนสอบใหม่ได้
10 การสอบ GED ปี 2021 มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ?
ทปอ. หรือ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (Council of University Presidents of Thailand) ได้ประกาศปรับเพิ่มคะแนน GED สำหรับยื่นเข้ามหาวิทยาลัยดังนี้ คือ

  • 1 วิชา จากวิชาละ 145 คะแนน ปรับเพิ่มเป็น 165 คะแนนขึ้นไป
  • รวม 4 วิชา เป็น 660 คะแนนขึ้นไป
11 เอกสารที่ต้องเตรียมไปในวันสอบ GED ? ผู้สอบ GED จะต้องแสดงเอกสารที่มี "รูปถ่ายและลายเซ็นของผู้สอบระบุอย่างชัดเจน" เพื่อยืนยันตัวตนสำหรับการเข้าสอบ เอกสารที่แนะนำมีดังนี้ คือ

  • หนังสือเดินทาง หรือ Passport (เอกสารฉบับจริง ที่ยังไม่หมดอายุ)
  • ในส่วนของบัตรประชาชนไทยนั้น (เอกสารฉบับจริง ที่ยังไม่หมดอายุ) เนื่องจากบัตรประชาชนไทยไม่มีลายเซ็น จึงต้องใช้ยื่นคู่กับบัตรที่มีลายเซ็น อาทิเช่น บัตรนักเรียน/นักศึกษาที่ทางสถาบันการศึกษาออกให้ในรูปแบบของบัตรเดบิต และหรือบัตรเครดิตที่มีชื่อของผู้สอบที่ออกโดยระบบการพิมพ์ของธนาคารปรากฎอยู่บนหน้าบัตร และต้องเป็นชื่อเต็มตรงกับชื่อที่ลงทะเบียนสมัครสอบกับทาง GED ทั้งนี้บัตรที่ใช้ยื่นคู่กับบัตรประชาชนไทยนั้นต้องมีลายเซ็นของผู้สอบอยู่บนแถบลายเซ็นสีขาวที่ระบุอยู่บนบัตรด้วย

*แนะนำเป็นหนังสือเดินทาง หรือ Passport (ที่ยังไม่หมดอายุ) เพียงฉบับเดียวสามารถยื่นเข้าสอบได้ตามกฎของ GED

12 เปลี่ยนวันสอบ GED หรือต้องการยกเลิกการสอบและขอเงินคืนได้ไหม ? ในกรณีที่ผู้สอบต้องการ "เปลี่ยนวันสอบหรือต้องการยกเลิกการสอบและขอเงินคืน" มีรายละเอียดดังนี้ คือ

  • กรณีเปลี่ยนวันสอบ: หากผู้สอบต้องการเปลี่ยนวันสอบสามารถเปลี่ยนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ทั้งนี้ผู้สอบต้องทำการเปลี่ยนก่อนถึงเวลาสอบจริง 24 ชั่วโมง
  • กรณีต้องการยกเลิกการสอบและขอเงินคืน: ในส่วนของการยกเลิกการสอบนั้นผู้สอบก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ผู้สอบต้องทำการยกเลิกการสอบก่อนถึงเวลาสอบจริง 24 ชั่วโมง โดยทาง GED จะคืนค่าสอบผ่านบัตรเครดิตที่ใช้ในการลงทะเบียนสมัครสอบ
13 Diploma และ Transcript ? ผลสอบ GED ในแต่ละวิชานั้น ผู้สอบจะได้รับผลไม่เกิน 2 วันทำการ

เมื่อสอบผ่านทั้ง 4 วิชาแล้ว เมื่อไหร่จะได้ Diploma และ Transcript?

  • เมื่อผู้สอบทำการสอบผ่านทั้ง 4 วิชาแล้ว ผู้สอบต้องรอประมาณ 2 อาทิตย์ หรือน้อยกว่านั้น ถึงจะได้รับ E-Diploma และ E-Transcript
  • โดยผู้สอบจะได้รับอีเมล E-Diploma และ E-Transcript จาก GED Testing Service
  • ผู้สอบสามารถ Download เอกสาร E-Diploma และ E-Transcript ได้ไม่เกิน 7 ครั้ง ตามระยะเวลาที่ทาง GED Testing Service กำหนดเอาไว้

Paper Diploma และ Paper Transcript (เอกสารหลักฐานที่เป็นกระดาษ)?

  • ปัจจุบัน GED Testing Service จะไม่มีการจัดส่งเอกสาร Paper Diploma และ Paper Transcript ที่เป็นกระดาษให้กับผู้สอบแล้ว จะมีเฉพาะเอกสารหลักฐานออนไลน์ คือ E-Diploma และ E-Transcript เท่านั้น
  • ทั้งนี้หากผู้สอบต้องการเอกสาร Paper Diploma และ Paper Transcript ที่เป็นกระดาษ ผู้สอบจะต้องสั่งเอกสารกับทาง GED Testing Service เพิ่มเติมเองโดยมีค่าใช้จ่าย
  • ผู้สอบต้องรออย่างน้อย 2 อาทิตย์ หรือจนกว่าจะได้อีเมล E-Diploma และ E-Transcript จาก GED Testing Service เมื่อได้รับอีเมลแล้วถึงจะสามารถสั่งเอกสาร Paper Diploma และ Paper Transcript ได้
  • GED Paper Diploma และ Paper Transcript จะอยู่ที่ใบละ 15 USD (เหรียญดอลลาร์สหรัฐ)
  • ในส่วนของบริการการจัดส่งเอกสารนั้น มี 2 แบบให้เลือก คือ
    1. United State Postal Service (USPS) เอกสารจะจัดส่งถึงบ้านประมาณ 14 วัน
    2. FedEx จะมีค่าบริการเพิ่มใบละ 40 USD (เหรียญดอลลาร์สหรัฐ) เอกสารจะจัดส่งถึงบ้านประมาณ 5 วันทำการ (ไม่นับวันอาทิตย์)
14 สอบ GED ที่ไหนดี ? สถานที่สอบ GED ในประเทศไทย มีดังนี้

  • ภาคกลาง
    - Paradigm Education: ชั้น 2 อาคารอัลม่าลิงค์ ชิดลม กทม. 02 255 8889
    - Pearson Professional Centers: BB Building, ชั้น 10 ถนนอโศกมนตรี ซอยสุขุมวิท 21 กทม. 02 664 3563
  • ภาคเหนือ
    - Movaci Technology: 420/11-13 ถนนช้างคลาน อ. เมือง จ. เชียงใหม่ 053 920 555
    - Thabyay Education: อ.แม่สอด จ.ตาก
  • ภาคใต้
    - Phuket Academic Language School: 66/19 ถนนวิจิตรสงคราม อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต