GED Courses

 

เรียน GED ที่ ไหน ดี ติว สอบ GED ที่ ไหน ดี

ที่ Paradigm มีคอร์สเตรียมสอบ GED แบบการันตีผลคะแนนทั้งแบบเดี่ยวและกลุ่ม

สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร : 02 255 8889

เรียน GED ที่ไหนดี

คอร์สเตรียมสอบ GED ของพาราไดม์เป็นคอร์สที่ช่วยพัฒนาทักษะทางภาษาของผู้เรียน ให้ได้ตรงกับมาตรฐานของการสอบ GED หลักสูตรของพาราไดม์นั้นจะประกอบไปด้วยคอร์สเรียนที่หลากหลายซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อให้ผู้เรียนได้เข้าใจเนื้อหาในแต่ละวิชาและเรียนรู้เทคนิคการทำข้อสอบเพื่อให้นักเรียนสามารถทำข้อสอบได้ดีในแต่ละวิชา

GED ประกอบด้วยเนื้อหา 4 แขนง คือ
  1. Reading Through Language Arts (RLA) (150 นาที)
  • ส่วนที่ 1 (27 นาที*)
  • ส่วนที่ 2 (45 นาที)
  • พัก (10 นาที)
  • ส่วนที่ 3 (60 นาที*)

เวลาในส่วนที่ 1 และ 3 อาจจะมีความต่างจากที่แจ้งให้ทราบด้านบน แต่อย่างไรก็ตาม เวลารวมของการสอบทั้งหมดคือ 150 นาที

  1. Mathematical Reasoning (115 นาที)
  • ส่วนที่1 (คำถาม 5 แรก) ไม่อนุญาติให้ใช้เครื่องคิดเลข
  • ส่วนที่ 2 - (คำถาม41 ข้อที่เหลือ) อนุญาติให้ใช้เครื่องคิดเลข
  1. Science (90 นาที)
  2. Social Studies (70 นาที)

 

The GED® test consists of four content areas
  1. Reasoning Through Language Arts (RLA) (150 minutes)
  • Section 1 (27 minutes*)
  • Section 2 (45 minutes)
  • Student Break (10 minutes)
  • Section 3 (60 minutes*)

* The time allotted for sections 1 and 3 may vary slightly, but the total test time will always be 150 minutes.

  1. Mathematical Reasoning (115 minutes)
  • Part 1 (first 5 test questions) calculator not allowed
  • Part 2 - (remaining 41 test questions) calculator allowed
  1. Science (90 minutes)
  2. Social Studies (70 minutes)

For more information and how to register the test, please visit the official GED website. (https://ged.com/en/)

 

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนสอบ GED 
ข้อ คำถาม คำตอบ
1 การสอบ GED คืออะไร ? GED (The General Educational Development) คือการสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของประเทศอเมริกา

โดยเมื่อนักเรียนสอบแล้วจะได้รับใบประกาศนียบัตรซึ่งสามารถนำไปยื่นสมัครเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาได้ โดยในปัจจุบันวุฒิ GED เป็นที่ยอมรับทั้งจากมหาวิทยาลัยต่างๆในไทยและทั่วโลก

2 วิชาที่สอบมีอะไรบ้าง ? GED ประกอบด้วย 4 วิชา คือ

  • Reasoning Through Language Arts (ภาษาอังกฤษ) โดยใช้เวลาสอบ 150 นาที
  • Mathematic Reasoning  (คณิตศาสตร์) โดยใช้เวลาสอบ 115 นาที
  • Science  (วิทยาศาสตร์) โดยใช้เวลาสอบ 90 นาที
  • Social Studies (สังคมศาสตร์) โดยใช้เวลาสอบ 70 นาที
3 ต้องทำข้อสอบให้ได้กี่คะแนนถึงจะสอบผ่าน ? โดยคะแนนเต็มของแต่ละวิชานั้นจะอยู่ที่ 200 คะแนน ซึ่งผู้สอบจะต้องทำคะแนนในแต่ละวิชาให้ได้อย่างน้อย 145 คะแนนจึงจะถือว่าสอบผ่านและได้รับ GED Diploma and Transcript ซึ่งเอกสาร 2 อย่างนี้จะต้องทำการ Request ในระบบหลังจากสอบผ่านแล้ว มิฉะนั้นจะไม่มีเอกสารใดๆส่งมา

นอกจากต้องสอบให้ได้วิชาละ 145 คะแนนขึ้นไปแล้ว บางมหาวิทยาลัยได้มีการเพิ่มเกณฑ์ขั้นต่ำตามรายละเอียดดังนี้

  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์: ต้องทำคะแนนให้ได้วิชาละ 165 คะแนนขึ้นไป จึงจะมีสิทธิสมัครเรียน
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: ต้องทำคะแนนรวมทั้ง 4 วิชาให้ได้ 660 คะแนนขึ้นไป จึงจะมีสิทธิสมัครเรียน
  • วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC): ต้องทำคะแนนรวมทั้ง 4 วิชาให้ได้ 600 คะแนนขึ้นไป จึงจะมีสิทธิสมัครเรียน
4 GED Ready คืออะไร ? GED Ready มีรายละเอียดดังนี้ คือ

  • GED Ready คือ การฝึกทำข้อสอบ GED เสมือนจริง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนสมัครสอบจริง
  • ผู้สอบจะต้องทำแบบทดสอบ GED Ready ให้ผ่านก่อน โดยในแต่ละวิชาต้องทำคะแนนให้ได้วิชาละ 155 คะแนนขึ้นไป ถึงจะสามารถสมัครสอบจริงได้
  • ผู้สอบสามารถฝึกทำข้อสอบ GED Ready ได้ที่บ้านหรือว่าสถานที่ที่ผู้สอบสะดวก โดยไม่ต้องไปสอบที่สนามสอบจริง
5 ค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ GED เท่าไหร่ ? ค่าสอบ GED Ready (ฝึกสอบ) คือ

  • 1 วิชา =  6 USD (เหรียญดอลลาร์สหรัฐ)
  • 4 วิชา =  24 USD (เหรียญดอลลาร์สหรัฐ)

ค่าสอบ GED (สอบจริง) คือ

  • 1 วิชา =  75 USD (เหรียญดอลลาร์สหรัฐ)
  • 4 วิชา =  300 USD (เหรียญดอลลาร์สหรัฐ)
6 ใครสามารถสอบ GED ได้บ้าง และต้องมีอายุเท่าไหร่ ? คุณสมบัติของผู้สอบ GED คือ

  • GED เปิดสอบสำหรับบุคคลทั่วไป หรือผู้ที่ต้องการใช้วุฒิการศึกษาเพื่อยื่นศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย
  • ผู้สอบ GED จะต้องมีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • สำหรับผู้สอบที่มีอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ ผู้สอบต้องปริ้นเอกสาร Consent Form เพื่อให้ผู้ปกครองเซ็นยินยอม และสแกนส่งกลับไปที่อีเมล์ help@ged.com เพื่อให้ GED ตรวจสอบ และรออนุมัติประมาณ 3 ถึง 5 วัน
  • ผู้สอบจะต้องทำแบบทดสอบ GED Ready ให้ผ่านก่อน โดยในแต่ละวิชาต้องทำคะแนนให้ได้วิชาละ 155 คะแนนขึ้นไป ถึงจะสามารถสมัครสอบจริงได้
7 ขั้นตอนการสมัครสอบ GED ต้องทำอย่างไร ? ขั้นตอนการสมัครสอบ GED มีดังนี้ คือ

  • เข้าไปสมัครสอบที่เว็บไซด์ www.ged.com
  • ทำการ Create Account ของผู้สอบ
  • ผู้สอบ GED จะต้องมีอายุ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
  • สำหรับผู้สอบที่มีอายุไม่ถึง 18 ปีบริบูรณ์ ผู้สอบต้องปริ้นเอกสาร Consent Form เพื่อให้ผู้ปกครองเซ็นยินยอม และสแกนส่งกลับไปที่อีเมล์ help@ged.com เพื่อให้ GED ตรวจสอบ และรออนุมัติประมาณ 3 ถึง 5 วัน
  • ผู้สอบจะต้องทำแบบทดสอบ GED Ready ให้ผ่านก่อน โดยในแต่ละวิชาต้องทำคะแนนให้ได้วิชาละ 155 คะแนนขึ้นไป ถึงจะสามารถสมัครสอบจริงได้
8 มีคณะหรือมหาวิทยาลัยใดบ้างในประเทศไทยที่รับวุฒิการศึกษาของ GED ? คณะหรือมหาวิทยาลัยในประเทศไทยที่รับวุฒิการศึกษาของ GED มีดังนี้ คือ

  • คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (BBA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • คณะเศรษฐศาสตร์ (EBA) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • คณะนิเทศสาสตร์ (COMM ARTS) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • คณะจิตวิทยา (JIPP) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี (BBA) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • คณะเศรษฐศาสตร์ (BE) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน (BJM) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ (TEP/TEPE) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • International Business, Mahidol University International College
  • Communication Design, Mahidol University International College
9 คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ 145 จะต้องทำอย่างไร ? ในกรณีที่ผู้สอบได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ 145 คะแนน ผู้สอบจะต้องลงทะเบียนสมัครสอบใหม่ โดยมีรายละเอียดดังนี้ คือ

  • หากผู้สอบได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ 145 คะแนน ผู้สอบสามารถลงทะเบียนสมัครสอบติดต่อกันได้ไม่เกิน 3 ครั้ง
  • หากในครั้งที่ 3 คะแนนยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องพักสอบเป็นเวลา 60 วัน ถึงจะสามารถลงทะเบียนสอบครั้งที่ 4 ได้
  • และในการสมัครสอบครั้งต่อๆไปต่อจากครั้งที่ 4 ในทุกๆครั้ง ผู้สอบก็ต้องพักสอบเป็นเวลา 60 วันเช่นกัน ถึงจะสามารถลงทะเบียนสอบใหม่ได้
10 การสอบ GED ปี 2021 มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ?
ทปอ. หรือ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (Council of University Presidents of Thailand) ได้ประกาศปรับเพิ่มคะแนน GED สำหรับยื่นเข้ามหาวิทยาลัยดังนี้ คือ

  • 1 วิชา จากวิชาละ 145 คะแนน ปรับเพิ่มเป็น 165 คะแนนขึ้นไป
  • รวม 4 วิชา เป็น 660 คะแนนขึ้นไป
11 เอกสารที่ต้องเตรียมไปในวันสอบ GED ? ผู้สอบ GED จะต้องแสดงเอกสารที่มี "รูปถ่ายและลายเซ็นของผู้สอบระบุอย่างชัดเจน" เพื่อยืนยันตัวตนสำหรับการเข้าสอบ เอกสารที่แนะนำมีดังนี้ คือ

  • หนังสือเดินทาง หรือ Passport (เอกสารฉบับจริง ที่ยังไม่หมดอายุ)
  • ในส่วนของบัตรประชาชนไทยนั้น (เอกสารฉบับจริง ที่ยังไม่หมดอายุ) เนื่องจากบัตรประชาชนไทยไม่มีลายเซ็น จึงต้องใช้ยื่นคู่กับบัตรที่มีลายเซ็น อาทิเช่น บัตรนักเรียน/นักศึกษา และหรือบัตรเครดิตที่มีชื่อของผู้สอบที่ออกโดยระบบการพิมพ์ของธนาคารปรากฎอยู่บนหน้าบัตร และต้องเป็นชื่อเต็มตรงกับชื่อที่ลงทะเบียนสมัครสอบกับทาง GED ทั้งนี้บัตรที่ใช้ยื่นคู่กับบัตรประชาชนไทยนั้นต้องมีลายเซ็นของผู้สอบอยู่บนแถบลายเซ็นสีขาวที่ระบุอยู่บนบัตรด้วย

*แนะนำเป็นหนังสือเดินทาง หรือ Passport (ที่ยังไม่หมดอายุ) เพียงฉบับเดียวสามารถยื่นเข้าสอบได้ตามกฎของ GED

12 เปลี่ยนวันสอบ GED หรือต้องการยกเลิกการสอบและขอเงินคืนได้ไหม ? ในกรณีที่ผู้สอบต้องการ "เปลี่ยนวันสอบหรือต้องการยกเลิกการสอบและขอเงินคืน" มีรายละเอียดดังนี้ คือ

  • กรณีเปลี่ยนวันสอบ: หากผู้สอบต้องการเปลี่ยนวันสอบสามารถเปลี่ยนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ แต่ทั้งนี้ผู้สอบต้องทำการเปลี่ยนก่อนถึงเวลาสอบจริง 24 ชั่วโมง
  • กรณีต้องการยกเลิกการสอบและขอเงินคืน: ในส่วนของการยกเลิกการสอบนั้นผู้สอบก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ผู้สอบต้องทำการยกเลิกการสอบก่อนถึงเวลาสอบจริง 24 ชั่วโมง โดยทาง GED จะคืนค่าสอบผ่านบัตรเครดิตที่ใช้ในการลงทะเบียนสมัครสอบ
13 Diploma และ Transcript ? เมื่อสอบผ่านทั้ง 4 วิชาแล้ว เมื่อไหร่จะได้ Diploma และ Transcript?

  • เมื่อผู้สอบทำการสอบผ่านทั้ง 4 วิชาแล้ว ผู้สอบต้องรอประมาณ 2 อาทิตย์ หรือน้อยกว่านั้น ถึงจะได้รับ E-Diploma และ E-Transcript
  • โดยผู้สอบจะได้รับอีเมล E-Diploma และ E-Transcript จาก GED Testing Service
  • ผู้สอบสามารถ Download เอกสาร E-Diploma และ E-Transcript ได้ไม่เกิน 7 ครั้ง ตามระยะเวลาที่ทาง GED Testing Service กำหนดเอาไว้

Paper Diploma และ Paper Transcript (เอกสารหลักฐานที่เป็นกระดาษ)?

  • ปัจจุบัน GED Testing Service จะไม่มีการจัดส่งเอกสาร Paper Diploma และ Paper Transcript ที่เป็นกระดาษให้กับผู้สอบแล้ว จะมีเฉพาะเอกสารหลักฐานออนไลน์ คือ E-Diploma และ E-Transcript เท่านั้น
  • ทั้งนี้หากผู้สอบต้องการเอกสาร Paper Diploma และ Paper Transcript ที่เป็นกระดาษ ผู้สอบจะต้องสั่งเอกสารกับทาง GED Testing Service เพิ่มเติมเองโดยมีค่าใช้จ่าย
  • ผู้สอบต้องรออย่างน้อย 2 อาทิตย์ หรือจนกว่าจะได้อีเมล E-Diploma และ E-Transcript จาก GED Testing Service เมื่อได้รับอีเมลแล้วถึงจะสามารถสั่งเอกสาร Paper Diploma และ Paper Transcript ได้
  • GED Paper Diploma และ Paper Transcript จะอยู่ที่ใบละ 15 USD (เหรียญดอลลาร์สหรัฐ)
  • ในส่วนของบริการการจัดส่งเอกสารนั้น มี 2 แบบให้เลือก คือ
    1. United State Postal Service (USPS) เอกสารจะจัดส่งถึงบ้านประมาณ 14 วัน
    2. FedEx จะมีค่าบริการเพิ่มใบละ 40 USD (เหรียญดอลลาร์สหรัฐ) เอกสารจะจัดส่งถึงบ้านประมาณ 5 วันทำการ (ไม่นับวันอาทิตย์)
14 สอบ GED ที่ไหนดี ? สถานที่สอบ GED ในประเทศไทย มีดังนี้

  • ภาคกลาง
    - Paradigm Education: ชั้น 2 อาคารอัลม่าลิงค์ ชิดลม กทม. 02 255 8889
    - Pearson Professional Centers: BB Building, ชั้น 10 ถนนอโศกมนตรี ซอยสุขุมวิท 21 กทม. 02 664 3563
  • ภาคเหนือ
    - Movaci Technology: 420/11-13 ถนนช้างคลาน อ. เมือง จ. เชียงใหม่ 053 920 555
    - Thabyay Education: อ.แม่สอด จ.ตาก
  • ภาคใต้
    - Phuket Academic Language School: 66/19 ถนนวิจิตรสงคราม อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต