TOEFL iBT กับ IELTS ต่างกันอย่างไร? เลือกสอบแบบไหนดี
หากกำลังเตรียมสมัครมหาวิทยาลัย หลักสูตรนานาชาติ หรือเรียนต่อต่างประเทศ คำถามที่หลายคนต้องเจอคือ ควรสอบ TOEFL iBT หรือ IELTS?
ข้อสอบทั้งสองใช้วัดทักษะภาษาอังกฤษด้าน Reading, Listening, Speaking และ Writing และได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยจำนวนมากทั่วโลก แต่ประสบการณ์สอบ วิธีตอบคำถาม และระบบคะแนนแตกต่างกันพอสมควร
คำตอบจึงไม่ใช่ว่าข้อสอบใด “ดีกว่า” หรือ “ง่ายกว่า” สำหรับทุกคน แต่คือ ข้อสอบใดเหมาะกับจุดแข็ง เป้าหมาย และเงื่อนไขของสถาบันที่คุณจะสมัครมากกว่า
หมายเหตุสำคัญ: TOEFL iBT ปรับรูปแบบข้อสอบและระบบคะแนนตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 บทความนี้อ้างอิงรูปแบบใหม่ ไม่ใช่ข้อมูล TOEFL รุ่นเดิมที่หลายคนอาจคุ้นเคย
TOEFL iBT และ IELTS คืออะไร?
TOEFL iBT คืออะไร?
TOEFL iBT เป็นข้อสอบภาษาอังกฤษเชิงวิชาการที่พัฒนาโดย ETS ใช้วัดความสามารถทั้ง 4 ทักษะผ่านคอมพิวเตอร์ เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้คะแนนสมัครมหาวิทยาลัยหรือสถาบันที่รับรอง TOEFL
ข้อสอบ TOEFL iBT รูปแบบใหม่ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง โดยเวลาจริงและจำนวนข้ออาจแตกต่างเล็กน้อยตามการปรับระดับของข้อสอบ ผู้สอบทำ Reading, Listening, Writing และ Speaking ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด
IELTS คืออะไร?
IELTS เป็นข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่มีทั้ง IELTS Academic และ IELTS General Training หากต้องการสมัครเรียนระดับปริญญาตรีหรือบัณฑิตศึกษา โดยทั่วไปจะใช้ IELTS Academic
IELTS Academic ใช้เวลารวมประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที ประกอบด้วย Listening, Reading, Writing และ Speaking โดย Speaking เป็นการสนทนากับผู้ประเมินที่ผ่านการรับรอง
สำหรับผู้สมัครในประเทศไทย ควรตรวจสอบประเภทข้อสอบกับมหาวิทยาลัยและวัตถุประสงค์ของตนเองก่อน เพราะบางกรณีด้านวีซ่าหรือการทำงานอาจกำหนดให้ใช้ IELTS UKVI หรือข้อสอบประเภทเฉพาะ
ตารางเปรียบเทียบ TOEFL iBT กับ IELTS Academic
| หัวข้อ | TOEFL iBT | IELTS Academic |
|---|---|---|
| ทักษะที่สอบ | Reading, Listening, Writing, Speaking | Listening, Reading, Writing, Speaking |
| ระยะเวลารวม | ประมาณ 2 ชั่วโมง | ประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที |
| รูปแบบหลัก | ทำข้อสอบผ่านคอมพิวเตอร์ | ทำ Reading, Listening และ Writing ผ่านระบบสอบ ส่วน Speaking สนทนากับผู้ประเมิน |
| Speaking | พูดตอบผ่านไมโครโฟนและระบบคอมพิวเตอร์ | สัมภาษณ์กับผู้ประเมินแบบโต้ตอบ |
| คะแนน | สเกล 1–6 แยกรายทักษะและคะแนนรวม | Band Score 0–9 แยกรายทักษะและคะแนนรวม |
| ผลคะแนน | โดยทั่วไปปรากฏในบัญชี ETS หลังสอบประมาณ 3 วัน | IELTS on computer โดยทั่วไปประมาณ 1–2 วันในไทยผ่าน British Council |
| อายุคะแนน | 2 ปีนับจากวันสอบ | โดยทั่วไปแนะนำให้ใช้ภายใน 2 ปี แต่สถาบันเป็นผู้กำหนดการยอมรับขั้นสุดท้าย |
| เหมาะกับผู้ที่ | ถนัดทำข้อสอบบนคอมพิวเตอร์และไม่ต้องการสัมภาษณ์กับผู้ประเมินโดยตรง | ถนัดการสนทนาแบบมีคู่สนทนาและคุ้นเคยกับรูปแบบ IELTS |
รูปแบบข้อสอบ TOEFL iBT ล่าสุด
หลังการปรับข้อสอบในเดือนมกราคม 2569 TOEFL iBT มีโครงสร้างโดยประมาณดังนี้
| ทักษะ | ลักษณะงาน | จำนวนข้อโดยประมาณ | เวลาพื้นฐาน |
|---|---|---|---|
| Reading | Complete the Words, Read in Daily Life และ Read an Academic Passage | 50 | 30 นาที |
| Listening | ฟังและเลือกคำตอบ บทสนทนา ประกาศ และบทพูดเชิงวิชาการ | 47 | 29 นาที |
| Writing | Build a Sentence, Write an Email และ Write for an Academic Discussion | 12 | 23 นาที |
| Speaking | Listen and Repeat และ Take an Interview | 11 | 8 นาที |
ข้อสอบ Reading และ Listening มีการปรับระดับตามคำตอบของผู้สอบ จึงอาจทำให้จำนวนข้อและเวลาจริงแตกต่างจากเวลาพื้นฐานเล็กน้อย
คะแนน TOEFL iBT แบบใหม่
ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 ผู้สอบจะได้รับคะแนนแต่ละทักษะและคะแนนรวมในสเกล 1–6 โดยเพิ่มครั้งละ 0.5 คะแนน คะแนนรวมคำนวณจากค่าเฉลี่ยของทั้ง 4 ทักษะและปัดเป็นครึ่งคะแนนที่ใกล้ที่สุด
ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 2 ปี ตั้งแต่มกราคม 2569 ถึงมกราคม 2571 รายงานคะแนนยังแสดงคะแนนรวมที่เทียบเคียงกับสเกลเดิมด้วย เพื่อช่วยให้มหาวิทยาลัยและผู้สมัครปรับตัวกับระบบใหม่
ดังนั้น หากเว็บไซต์มหาวิทยาลัยยังระบุเกณฑ์ TOEFL แบบ 0–120 ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดหรือติดต่อฝ่ายรับสมัครว่าใช้ตารางเทียบคะแนนแบบใด
รูปแบบข้อสอบ IELTS Academic
IELTS Academic ใช้เวลารวมประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที โดยแต่ละส่วนมีเวลาดังนี้
| ทักษะ | เวลา | ลักษณะสำคัญ |
|---|---|---|
| Listening | ประมาณ 30 นาที | ฟังบทสนทนาและบทพูดในบริบททั่วไปและการศึกษา |
| Reading | 60 นาที | อ่านบทความเชิงวิชาการและตอบคำถามหลายรูปแบบ |
| Writing | 60 นาที | เขียน 2 งาน ได้แก่การอธิบายข้อมูลและเรียงความ |
| Speaking | 11–14 นาที | สนทนากับผู้ประเมิน 3 ส่วน |
IELTS รายงานคะแนนเป็น Band Score ตั้งแต่ 0–9 โดยมีคะแนนแยก Listening, Reading, Writing และ Speaking คะแนนรวมเกิดจากค่าเฉลี่ยทั้ง 4 ทักษะและปัดตามเกณฑ์ของ IELTS
ความแตกต่างที่มีผลต่อการเลือกสอบจริง
1. Speaking: พูดกับคอมพิวเตอร์หรือพูดกับผู้ประเมิน
จุดต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือรูปแบบ Speaking
TOEFL iBT ให้ผู้สอบฟังคำสั่งและบันทึกคำตอบผ่านไมโครโฟน จึงเหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมสมาธิของตนเองและไม่กังวลกับการไม่มีคู่สนทนาตรงหน้า
IELTS Speaking เป็นการสนทนากับผู้ประเมิน มีทั้งคำถามทั่วไป การพูดตามหัวข้อ และการอภิปรายต่อยอด เหมาะกับผู้ที่แสดงความสามารถได้ดีเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับคนจริง
ลองถามตัวเองว่า เวลาพูดภาษาอังกฤษ คุณเป็นธรรมชาติมากกว่าเมื่อพูดกับคน หรือเมื่ออัดคำตอบด้วยตัวเอง คำตอบข้อนี้อาจช่วยตัดตัวเลือกได้มากที่สุด
2. Writing: งานสั้นหลากหลายหรือการเขียนแบบ IELTS
TOEFL iBT รูปแบบใหม่มีทั้งการสร้างประโยค การเขียนอีเมล และการแสดงความคิดเห็นในการอภิปรายเชิงวิชาการ ผู้สอบต้องสื่อสารให้ชัดเจนภายในเวลาค่อนข้างกระชับ
IELTS Academic Writing มี 2 งานหลัก ได้แก่การสรุปหรืออธิบายข้อมูลจากกราฟ ตาราง แผนภาพ หรือกระบวนการ และการเขียนเรียงความแสดงความคิดเห็นหรือวิเคราะห์ประเด็น
ถ้าถนัดตอบงานสั้นหลายรูปแบบ TOEFL อาจเข้าทางกว่า แต่หากคุ้นเคยกับการวิเคราะห์กราฟและเขียน Essay ตามโครงสร้าง IELTS อาจเหมาะกว่า
3. Reading และ Listening: รูปแบบคำถามที่ควรลองก่อนตัดสินใจ
ทั้งสองข้อสอบใช้เนื้อหาเชิงวิชาการ แต่รูปแบบคำถาม วิธีบริหารเวลา และประสบการณ์ใช้งานต่างกัน โดย TOEFL iBT รุ่นใหม่มีองค์ประกอบแบบ adaptive ใน Reading และ Listening ขณะที่ IELTS มีคำถามหลายประเภท เช่น Multiple Choice, Matching, Sentence Completion และการเติมคำ
อย่าตัดสินจากคำบอกเล่าว่าข้อสอบใดง่ายกว่า ควรลองทำตัวอย่างข้อสอบทางการของทั้งสองแบบภายใต้เวลาจริง แล้วเปรียบเทียบคะแนนและความล้าของตัวเอง
4. ระบบคะแนนเปรียบเทียบตรง ๆ ไม่ได้ทุกกรณี
TOEFL iBT ใช้สเกล 1–6 ส่วน IELTS ใช้สเกล 0–9 แม้จะมีตารางหรือกรอบช่วยเทียบระดับ แต่คะแนนไม่ได้เท่ากันแบบหนึ่งต่อหนึ่งในทุกช่วง
หากมหาวิทยาลัยกำหนดว่า “TOEFL หรือ IELTS อย่างใดอย่างหนึ่ง” ให้ยึดคะแนนขั้นต่ำที่สถาบันประกาศสำหรับข้อสอบแต่ละชนิด ไม่ควรแปลงคะแนนด้วยตารางจากเว็บไซต์ทั่วไปแล้วสรุปเองว่าผ่านเกณฑ์
5. เงื่อนไขมหาวิทยาลัย วีซ่า และวิชาชีพ
มหาวิทยาลัยอาจรับทั้งสองข้อสอบ แต่กำหนดคะแนนรวม คะแนนรายทักษะ รูปแบบการสอบ หรืออายุผลคะแนนต่างกัน บางหลักสูตรอาจไม่รับผลสอบจากที่บ้าน หรือมีข้อกำหนดเฉพาะด้านวีซ่าและการขึ้นทะเบียนวิชาชีพ
ก่อนสมัครสอบ ควรตรวจสอบข้อมูล 3 แห่งเสมอ ได้แก่
- เว็บไซต์มหาวิทยาลัยหรือหลักสูตร
- หน่วยงานวีซ่าของประเทศปลายทาง หากเกี่ยวข้อง
- เว็บไซต์ทางการของ TOEFL หรือ IELTS สำหรับรูปแบบสอบและศูนย์สอบที่ยอมรับ
TOEFL iBT เหมาะกับใคร?
TOEFL iBT อาจเหมาะกับคุณ หากมีลักษณะดังนี้
- ถนัดใช้คอมพิวเตอร์และพิมพ์ภาษาอังกฤษได้คล่อง
- รู้สึกกดดันเมื่อต้องสนทนากับผู้ประเมินโดยตรง
- ชอบตอบคำถามแบบกระชับและทำงานหลายรูปแบบ
- ต้องการข้อสอบที่ใช้เวลารวมประมาณ 2 ชั่วโมง
- มหาวิทยาลัยเป้าหมายรับ TOEFL และระบุเกณฑ์คะแนนชัดเจน
- สามารถฝึกพูดตอบไมโครโฟนภายใต้เวลาจำกัดได้ดี
IELTS เหมาะกับใคร?
IELTS Academic อาจเหมาะกับคุณ หากมีลักษณะดังนี้
- พูดได้เป็นธรรมชาติมากกว่าเมื่อมีคู่สนทนา
- คุ้นเคยกับการเขียน Essay และการวิเคราะห์กราฟหรือข้อมูล
- รับมือกับคำถาม Reading และ Listening หลายรูปแบบได้ดี
- ต้องใช้ IELTS ตามเงื่อนไขของมหาวิทยาลัย วีซ่า หรือองค์กรวิชาชีพ
- ต้องการใช้บริการ One Skill Retake ในกรณีที่ศูนย์สอบและองค์กรปลายทางรองรับ
- ชอบระบบคะแนน Band 0–9 และมีเป้าหมาย IELTS ที่ชัดเจน
TOEFL กับ IELTS อันไหนง่ายกว่า?
ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน เพราะความยากขึ้นอยู่กับจุดแข็งและความคุ้นเคย
คนที่พูดกับคอมพิวเตอร์ได้คล่องและถนัดงานตอบสั้นอาจรู้สึกว่า TOEFL iBT จัดการง่ายกว่า ขณะที่คนที่สื่อสารได้ดีเมื่อมีผู้ประเมินและถนัดเขียน Essay อาจรู้สึกว่า IELTS เหมาะกว่า
วิธีตัดสินที่แม่นกว่าการเดาคือ
- ตรวจว่ามหาวิทยาลัยรับข้อสอบใดบ้าง
- ทำ Mock Test ทางการของทั้งสองข้อสอบ
- เทียบผลรายทักษะ ไม่ดูเฉพาะคะแนนรวม
- ประเมินเวลาที่ต้องใช้พัฒนาทักษะที่อ่อน
- เลือกข้อสอบที่มีโอกาสถึงเกณฑ์ภายในกำหนดสมัครมากกว่า
เช็กลิสต์ก่อนเลือก TOEFL iBT หรือ IELTS
- มหาวิทยาลัยและหลักสูตรรับผลสอบชนิดใด?
- กำหนดคะแนนรวมและคะแนนขั้นต่ำรายทักษะเท่าไร?
- รับผลสอบแบบ Home Edition หรือ Online หรือไม่?
- ต้องใช้คะแนนเพื่อขอวีซ่าหรือขึ้นทะเบียนวิชาชีพหรือไม่?
- ถนัด Speaking กับคนจริงหรือผ่านไมโครโฟน?
- ถนัดการเขียนอีเมลและอภิปราย หรือกราฟและ Essay มากกว่า?
- วันสอบและวันประกาศผลทันกำหนดสมัครหรือไม่?
- คะแนนต้องมีอายุไม่เกินกี่ปีในวันที่ยื่น?
- หากคะแนนไม่ถึงเป้า มีเวลาและงบประมาณสำหรับสอบซ้ำหรือไม่?
คำถามที่พบบ่อย
TOEFL iBT กับ IELTS ใช้แทนกันได้ไหม?
หลายมหาวิทยาลัยเปิดให้ยื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าใช้แทนกันได้ทุกแห่ง ผู้สมัครต้องตรวจรายชื่อข้อสอบที่รับ คะแนนขั้นต่ำ และรูปแบบการสอบจากหลักสูตรเป้าหมายโดยตรง
TOEFL iBT ยังใช้คะแนนเต็ม 120 อยู่ไหม?
ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 TOEFL iBT รายงานคะแนนหลักในสเกล 1–6 และในช่วงเปลี่ยนผ่านถึงเดือนมกราคม 2571 จะยังแสดงคะแนนรวมที่เทียบเคียงกับสเกลเดิมในรายงานคะแนนด้วย
TOEFL iBT และ IELTS คะแนนมีอายุกี่ปี?
คะแนน TOEFL iBT ใช้ได้ 2 ปีนับจากวันสอบ ส่วน IELTS แนะนำให้องค์กรพิจารณาผลภายใน 2 ปี แต่สถาบันปลายทางอาจมีนโยบายเฉพาะ จึงควรตรวจเงื่อนไขก่อนยื่น
ถ้ากลัวการสัมภาษณ์ ควรเลือกข้อสอบไหน?
TOEFL iBT อาจเหมาะกว่า เพราะตอบ Speaking ผ่านไมโครโฟนโดยไม่สนทนากับผู้ประเมินตรงหน้า แต่ควรทดลองอัดคำตอบภายใต้เวลาจริงก่อน เพื่อดูว่าสามารถเรียบเรียงความคิดได้ทันหรือไม่
ถ้าพิมพ์ภาษาอังกฤษไม่เร็ว สอบ IELTS ดีกว่าไหม?
อาจใช่ หากความเร็วในการพิมพ์เป็นข้อจำกัดสำคัญ แต่ควรตรวจรูปแบบการสอบในพื้นที่ด้วย สำหรับการสอบกับ British Council ในประเทศไทย มีการประกาศว่าตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2569 การสอบ IELTS จะดำเนินการผ่านคอมพิวเตอร์ ดังนั้นทักษะการพิมพ์ยังมีความสำคัญกับ Writing เช่นกัน
ต้องเลือกจากค่าสอบอย่างเดียวหรือไม่?
ไม่ควรเลือกจากค่าสอบเพียงอย่างเดียว เพราะค่าธรรมเนียมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และต้นทุนจริงยังรวมถึงการเดินทาง การส่งคะแนน และโอกาสสอบซ้ำ ควรเลือกข้อสอบที่ตรงกับเกณฑ์และมีโอกาสถึงคะแนนเป้าหมายมากกว่า
สรุป: เลือกข้อสอบที่ตรงกับเป้าหมายและวิธีทำคะแนนของคุณ
TOEFL iBT และ IELTS ต่างก็เป็นข้อสอบมาตรฐานที่ใช้วัดภาษาอังกฤษครบทั้ง 4 ทักษะ แต่มีจุดต่างสำคัญในด้าน Speaking, Writing, ระบบคะแนน และรูปแบบการสอบ
หากถนัดคอมพิวเตอร์ ชอบตอบแบบกระชับ และไม่ต้องการพูดกับผู้ประเมินโดยตรง TOEFL iBT อาจเหมาะกว่า แต่หากถนัดการสนทนาแบบโต้ตอบ การเขียน Essay และรูปแบบคะแนน Band ของ IELTS ก็อาจเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์กว่า
สิ่งสำคัญที่สุดคือ เริ่มจากเกณฑ์ของมหาวิทยาลัย แล้วจึงเลือกข้อสอบที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ใช่เลือกจากคำบอกว่าข้อสอบใดง่ายกว่า
หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือก TOEFL iBT หรือ IELTS หรือต้องตั้งเป้าคะแนนเท่าไร สามารถปรึกษา Paradigm Education เพื่อประเมินระดับภาษา วิเคราะห์ข้อสอบที่เหมาะกับเป้าหมาย และวางแผนเตรียมตัวก่อนสมัครสอบได้ค่ะ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- ETS: TOEFL iBT Test Content and Structure
- ETS: Understanding TOEFL iBT Scores
- ETS: TOEFL iBT Scores
- IELTS: IELTS Academic Test Format
- IELTS: Speaking Test Format
- IELTS: Band Scores Explained
- British Council Thailand: IELTS Test Dates, Fees and Locations
หมายเหตุ: รูปแบบข้อสอบ ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขการรับคะแนน และระยะเวลาประกาศผลอาจเปลี่ยนแปลง ผู้สมัครควรตรวจสอบเว็บไซต์ทางการและประกาศของสถาบันเป้าหมายก่อนสมัครทุกครั้ง