Skip links
GED สอบอะไรบ้าง? รู้จัก 4 วิชา เริ่มอ่านตรงไหนดี

GED สอบอะไรบ้าง? รู้จัก 4 วิชา พร้อมวิธีเลือกว่าจะเริ่มอ่านวิชาไหนก่อน

เริ่มสนใจสอบ GED แต่พอเห็นชื่อ Math, RLA, Science และ Social Studies ก็ไม่แน่ใจว่าต้องอ่านอะไรบ้าง หรือควรเริ่มจากวิชาไหนก่อน?

การเตรียมสอบ GED จะวางแผนได้ง่ายขึ้นเมื่อรู้ว่าแต่ละวิชาวัดทักษะอะไร และเราอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับเป้าหมาย แทนที่จะอ่านทุกเรื่องพร้อมกัน ลองเริ่มจากทำความเข้าใจข้อสอบ แล้วแบ่งเวลาให้ตรงกับจุดที่ต้องพัฒนา

บทความนี้สรุป GED ทั้ง 4 วิชา พร้อมเวลาสอบ คะแนนผ่าน และแนวทางเลือกวิชาที่จะเริ่มอ่านหรือเข้าสอบก่อนสำหรับผู้เตรียมสอบในประเทศไทย

GED สอบอะไรบ้าง?

GED ประกอบด้วยข้อสอบ 4 วิชา ซึ่งแยกสอบเป็นรายวิชาได้ ไม่จำเป็นต้องสอบทั้งหมดในวันเดียว ได้แก่ Mathematical Reasoning, Reasoning Through Language Arts, Science และ Social Studies [1]

วิชาทักษะหลักที่วัดเวลาสอบ
Mathematical Reasoning หรือ Mathใช้คณิตศาสตร์แก้ปัญหา รวมถึงพีชคณิต เรขาคณิต กราฟและฟังก์ชัน115 นาที
Reasoning Through Language Arts หรือ RLAอ่านจับใจความ วิเคราะห์ข้อโต้แย้ง ใช้ภาษาและเขียนอธิบายหลักฐาน150 นาที
Scienceอ่านข้อมูลวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์การทดลอง และใช้กราฟหรือตาราง90 นาที
Social Studiesอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลสังคมศึกษา รวมถึงเหตุการณ์ ข้อโต้แย้ง และกราฟ70 นาที

เวลาข้างต้นอ้างอิงหน้าข้อสอบ GED สำหรับผู้สอบนอกสหรัฐอเมริกา และรวมช่วงคำแนะนำหรือช่วงพักตามที่แต่ละวิชากำหนดแล้ว [1] สำหรับประเทศไทย ข้อสอบจัดสอบเป็นภาษาอังกฤษ [2]

1. GED Math: ใช้คณิตศาสตร์แก้ปัญหา

GED Math ครอบคลุมคณิตศาสตร์พื้นฐาน เรขาคณิต พีชคณิตเบื้องต้น รวมถึงกราฟและฟังก์ชัน โดยเน้นการนำแนวคิดไปใช้แก้ปัญหา [1][3]

การฝึกจึงควรดูทั้งวิธีคำนวณและความเข้าใจโจทย์ภาษาอังกฤษ เพราะบางครั้งเรารู้วิธีทำ แต่พลาดตรงที่อ่านไม่ครบว่าโจทย์ต้องการหาอะไร

เริ่มฝึกอย่างไร?

ลองใช้แนวทางต่อไปนี้เป็นจุดเริ่มต้น:

  • ทบทวนเศษส่วน ทศนิยม ร้อยละ และการแก้สมการ
  • ฝึกแยกข้อมูลที่โจทย์ให้กับสิ่งที่ต้องหา
  • จดคำศัพท์ที่ทำให้ตีความโจทย์ผิด
  • ตรวจหน่วยและความสมเหตุสมผลของคำตอบก่อนส่ง

ข้อสอบมีเอกสารสูตรให้ใช้ แต่ผู้สอบยังต้องรู้ว่าจะเลือกสูตรใดและนำข้อมูลไปแทนค่าอย่างไร [3] จึงควรฝึกใช้สูตรในโจทย์จริงควบคู่กับการทบทวนเนื้อหา

ข้อเสนอสำหรับจัดแผน: หากพื้นฐานคณิตศาสตร์ค่อนข้างดี Math อาจเป็นวิชาที่พร้อมสอบก่อน แต่ควรตัดสินจากผลฝึกและ GED Ready มากกว่าความรู้สึกว่าถนัดเพียงอย่างเดียว

2. GED RLA: อ่าน วิเคราะห์ และเขียนโดยใช้หลักฐาน

Reasoning Through Language Arts หรือ RLA วัดความเข้าใจสิ่งที่อ่าน การใช้ภาษา และความสามารถในการเขียนอย่างชัดเจน ผู้สอบต้องอ่านทั้งข้อความให้ข้อมูลและงานเขียนเชิงวรรณกรรม รวมถึงวิเคราะห์ข้อโต้แย้ง [4]

ในส่วน Extended Response ผู้สอบต้องวิเคราะห์บทอ่านสองชิ้น แล้วอธิบายว่าข้อโต้แย้งใดมีหลักฐานสนับสนุนที่น่าเชื่อถือกว่า โดยมีเวลาเขียน 45 นาทีภายในเวลาสอบ RLA ทั้งหมด [1][4]

เริ่มฝึกอย่างไร?

  • อ่านย่อหน้าสั้น ๆ แล้วสรุปใจความด้วยคำของตัวเอง
  • แยกคำกล่าวอ้างออกจากหลักฐานที่ใช้สนับสนุน
  • ฝึกหาประโยคที่รองรับคำตอบก่อนเลือกตัวเลือก
  • ฝึกเขียนย่อหน้าที่มีประเด็น หลักฐาน และคำอธิบายเชื่อมกัน
  • ฝึกพิมพ์ภาษาอังกฤษและตรวจงานภายใต้เวลาที่กำหนด

ข้อเสนอสำหรับจัดแผน: หากอ่านภาษาอังกฤษช้า ควรเริ่มฝึกทักษะการอ่านตั้งแต่ต้น แม้ยังไม่เลือกสอบ RLA เป็นวิชาแรก การอ่านสม่ำเสมอจะทำให้การฝึกวิชาอื่นดำเนินต่อได้สะดวกขึ้นด้วย

3. GED Science: เข้าใจข้อมูลและอธิบายผลการทดลอง

GED Science เน้นความเข้าใจแนวคิดวิทยาศาสตร์ การอ่านกราฟหรือตาราง และการใช้เหตุผลตีความข้อมูล การเตรียมสอบจึงต้องฝึกอ่านข้อมูลควบคู่กับพื้นฐานเนื้อหา [5]

เริ่มฝึกอย่างไร?

ลองเลือกโจทย์ที่มีการทดลองหรือกราฟ แล้วถามตัวเองว่า:

  1. การทดลองนี้ต้องการศึกษาอะไร?
  2. ผู้ทดลองเปลี่ยนสิ่งใด และวัดผลอะไร?
  3. ข้อมูลแสดงแนวโน้มอย่างไร?
  4. ข้อสรุปที่เลือกมีหลักฐานรองรับจริงหรือไม่?

จุดที่ควรระวังคือการสรุปเกินข้อมูล เช่น กราฟแสดงว่าแนวโน้มลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าปัญหาหมดไปทั้งหมด

ข้อเสนอสำหรับจัดแผน: หากคุ้นเคยกับการอ่านกราฟและเข้าใจบทอ่านวิทยาศาสตร์ Science อาจเป็นตัวเลือกสำหรับสอบก่อน แต่ควรทดลองทำโจทย์หลายรูปแบบเพื่อดูว่าพร้อมจริงหรือยัง

4. GED Social Studies: อ่านข้อมูลสังคมศึกษาแล้วใช้เหตุผล

GED Social Studies วัดการนำแนวคิดทางสังคมศึกษาไปใช้ การอ่านข้อมูลและกราฟ รวมถึงการวิเคราะห์เหตุการณ์หรือข้อโต้แย้ง ข้อสอบไม่ได้เน้นการท่องชื่อเมืองหลวงหรือวันที่เกิดเหตุการณ์เพียงอย่างเดียว [6]

อย่างไรก็ตาม การเข้าใจแนวคิดและคำศัพท์พื้นฐานยังช่วยให้ตีความบทอ่านได้ถูกต้อง จึงควรฝึกทั้งการอ่านและการใช้คำศัพท์ในบริบท

เริ่มฝึกอย่างไร?

  • อ่านบทความสั้นแล้วแยกข้อเท็จจริงกับความคิดเห็น
  • หาว่าผู้เขียนต้องการเสนอประเด็นอะไร
  • ตรวจว่าหลักฐานใดสนับสนุนข้อสรุป
  • ฝึกอ่านกราฟ ตาราง และข้อมูลเปรียบเทียบ
  • ทบทวนคำศัพท์จากประโยคแทนการจำคำแปลแยกคำ

ตัวอย่างคำศัพท์สำหรับเริ่มฝึก:

คำศัพท์ความหมายในบริบททั่วไป
governmentรัฐบาล หรือระบบการปกครองตามบริบท
citizenพลเมือง
policyนโยบาย
evidenceหลักฐาน
economyเศรษฐกิจ
rightsสิทธิ
amendmentการแก้ไขเพิ่มเติม เช่น การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ

คำศัพท์ชุดนี้เป็นตัวอย่างประกอบการฝึก ไม่ใช่รายการคำที่รับประกันว่าจะออกสอบ

ข้อเสนอสำหรับจัดแผน: หากรู้สึกว่าวิชานี้อ่านยาก ลองตรวจว่าติดตรงศัพท์ แนวคิด หรือการตีความคำถาม แล้วเลือกแบบฝึกให้ตรงปัญหา แทนการท่องข้อมูลเพิ่มทั้งหมด

GED ต้องได้กี่คะแนนถึงผ่าน?

เกณฑ์ผ่าน GED สำหรับประเทศไทยคือ อย่างน้อย 145 คะแนนในแต่ละวิชา และต้องผ่านครบทั้ง 4 วิชา คะแนนสูงในวิชาหนึ่งไม่สามารถชดเชยอีกวิชาที่ต่ำกว่าเกณฑ์ได้ [2]

ตัวอย่างสมมติ:

วิชาคะแนนตัวอย่างผ่านเกณฑ์รายวิชาหรือไม่
Math170ผ่าน
RLA143ยังไม่ผ่าน
Science155ผ่าน
Social Studies160ผ่าน

แม้คะแนนรวมตัวอย่างนี้จะสูงกว่า 580 คะแนน แต่ยังไม่ผ่านครบทุกวิชา เพราะ RLA ต่ำกว่า 145

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยอาจกำหนดคะแนน GED สูงกว่าเกณฑ์ผ่าน จึงควรตรวจประกาศของหลักสูตรเป้าหมายก่อนตั้งคะแนนที่ต้องการ [2]

ควรเริ่มอ่าน GED วิชาไหนก่อน?

ไม่มีลำดับเดียวที่เหมาะกับทุกคน และต้องแยกระหว่าง วิชาที่ควรเริ่มอ่านก่อน กับ วิชาที่พร้อมเข้าสอบก่อน

ตารางนี้เป็นข้อเสนอสำหรับวางแผน ไม่ใช่ลำดับที่ GED บังคับ:

พื้นฐานปัจจุบันแนวทางเริ่มอ่านแนวทางเลือกวิชาสอบก่อน
คณิตศาสตร์ดี แต่อ่านอังกฤษช้าทบทวน Math พร้อมฝึกอ่านอังกฤษทุกวันพิจารณา Math เมื่อผลประเมินแสดงความพร้อม
อ่านอังกฤษคล่อง แต่ไม่มั่นใจการคำนวณทบทวน Math อย่างต่อเนื่องและทดลองโจทย์อีก 3 วิชาเลือกจากผลฝึกและ GED Ready ของแต่ละวิชา
อ่านกราฟและข้อมูลการทดลองได้ดีฝึก Science พร้อมตรวจศัพท์และแนวคิดที่ยังติดพิจารณา Science หากทำได้สม่ำเสมอ
ยังไม่รู้จุดแข็งหรือจุดอ่อนทดลองโจทย์ทั้ง 4 วิชาแล้วบันทึกข้อผิดพลาดประเมินเพิ่มเติมก่อนจองสอบ

วิชาที่เหลือไม่ควรถูกเลื่อนออกไปจนไม่มีเวลาเตรียมตัว โดยเฉพาะทักษะที่ต้องฝึกสะสม เช่น การอ่านและเขียนภาษาอังกฤษ

GED Ready คืออะไร? ต้องทำก่อนสอบจริงไหม?

GED Ready เป็นแบบทดสอบฝึกทางการที่ช่วยประเมินความพร้อม ผู้สอบในประเทศไทยต้องผ่าน GED Ready อย่างน้อย 145 คะแนนก่อนจองสอบจริงตามนโยบาย GED [2]

ผลประเมินแบ่งเป็น 3 ช่วง [7]:

คะแนน GED Readyระดับที่รายงานแนวทางนำผลไปใช้
145–200Likely to Passใช้ประกอบการพิจารณาจองสอบและทบทวนจุดที่ยังพลาด
134–144Too Close to Callฝึกเพิ่มเติมตามหัวข้อที่ต้องพัฒนา
100–133Not Likely to Passทบทวนพื้นฐานและปรับแผนก่อนประเมินใหม่

ผล GED Ready เป็นการประเมิน ไม่ใช่การรับประกันคะแนนสอบจริง จึงควรดูประกอบกับความสม่ำเสมอในการทำโจทย์และการบริหารเวลา

แผนเริ่มเตรียมสอบ GED สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน

แผนต่อไปนี้เป็นแนวทางปรับใช้ตามพื้นฐาน ไม่ใช่กำหนดระยะเวลาที่รับประกันว่าจะสอบผ่าน

ขั้นที่ 1: ตรวจเป้าหมายมหาวิทยาลัย

จดหลักสูตรที่สนใจ คะแนน GED ที่ต้องใช้ เอกสารการศึกษา คะแนนสอบอื่น และกำหนดส่งใบสมัคร เพื่อให้แผนสอบตอบโจทย์การยื่นจริง

ขั้นที่ 2: ทดลองโจทย์ทั้ง 4 วิชา

ใช้ตัวอย่างข้อสอบทางการเพื่อรู้จักรูปแบบคำถามและเครื่องมือ ตัวอย่างฟรีช่วยทำความคุ้นเคยกับข้อสอบได้ แต่ไม่ใช่ GED Ready และไม่ใช้แทนข้อกำหนดก่อนจองสอบ [8]

ขั้นที่ 3: บันทึกว่าพลาดเพราะอะไร

แยกสาเหตุเป็นเรื่องอ่านไม่เข้าใจ ไม่รู้เนื้อหา คำนวณผิด ตีความกราฟผิด หรือทำไม่ทัน เมื่อรู้สาเหตุแล้วจะเลือกแบบฝึกได้ตรงขึ้น

ขั้นที่ 4: จัดตารางตามจุดที่ต้องพัฒนา

แบ่งเวลาระหว่างวิชาที่กำลังเตรียมสอบก่อน กับทักษะที่ต้องฝึกต่อเนื่อง เช่น อาจฝึก Math เป็นหลักในบางวัน และยังอ่านหรือเขียนภาษาอังกฤษสั้น ๆ ทุกวัน

ขั้นที่ 5: ประเมินก่อนจองสอบจริง

ใช้ GED Ready และผลฝึกเพื่อดูความพร้อมรายวิชา พร้อมเผื่อเวลาให้วิชาที่เหลือและขั้นตอนเอกสารหลังสอบ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ GED 4 วิชา

GED ต้องสอบครบ 4 วิชาในวันเดียวไหม?

ไม่จำเป็น สามารถแยกสอบรายวิชาได้ตามความพร้อมและรอบสอบที่ว่าง [1]

GED สอบเป็นภาษาไทยได้ไหม?

สำหรับผู้สอบในประเทศไทย GED จัดสอบเป็นภาษาอังกฤษ จึงควรฝึกอ่านโจทย์และใช้คำศัพท์ภาษาอังกฤษควบคู่กับเนื้อหา [2]

GED วิชาไหนง่ายที่สุด?

ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของแต่ละคน ใช้ผลทดลองทำโจทย์และ GED Ready เพื่อเลือกวิชาที่พร้อมสอบก่อน แทนการยึดลำดับความยากจากคนอื่น

GED RLA มีข้อสอบเขียนไหม?

มี Extended Response ซึ่งต้องวิเคราะห์บทอ่านและเขียนอธิบายด้วยหลักฐาน มีเวลาเขียน 45 นาทีภายในข้อสอบ RLA [1][4]

GED ต้องเรียนคอร์สก่อนสอบหรือไม่?

นโยบาย GED ประเทศไทยไม่ได้บังคับว่าต้องเรียนคอร์สก่อนสอบ ผู้สอบสามารถเลือกวิธีเตรียมตัวได้ แต่ยังต้องผ่านข้อกำหนด GED Ready ก่อนจองสอบจริง [2]

อายุ 16–17 ปีสอบ GED ได้ไหม?

ผู้สอบอายุ 16–17 ปีต้องดำเนินการ Age Waiver ก่อนจองสอบ ส่วนผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปสอบได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านอายุตามนโยบายที่ระบุ [2]

เริ่มวางแผนเตรียมสอบ GED กับ Paradigm Education

หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มอ่านวิชาไหน หรืออยากเลือกคอร์สให้สอดคล้องกับพื้นฐานและวันที่ต้องใช้ผลสอบ สามารถสอบถามรายละเอียดการเตรียมสอบ GED กับ Paradigm Education ได้

ทัก LINE OA พร้อมข้อความ “สนใจเตรียมสอบ GED” แล้วแจ้งอายุ พื้นฐานภาษาอังกฤษ วิชาที่กังวล และช่วงเวลาที่ต้องการใช้คะแนน เพื่อสอบถามแนวทางเรียนที่เหมาะกับเป้าหมายของคุณ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

[1] GED — Test Subjects, Other Countries: https://www.ged.com/en/curriculum.html
[2] GED — Thailand Policies: https://www.ged.com/en/policies/thailand.html
[3] GED — Mathematical Reasoning: https://www.ged.com/en/curriculum/math.html
[4] GED — Reasoning Through Language Arts: https://www.ged.com/en/curriculum/language-arts.html
[5] GED — Science: https://www.ged.com/en/curriculum/science.html
[6] GED — Social Studies: https://www.ged.com/en/about-test/social-studies.html
[7] GED — GED Ready, Other Countries: https://www.ged.com/en/how-to-graduate/ged-ready.html
[8] GED — Free Test Previews: https://www.ged.com/study/free-online-ged-test.html

Leave a comment

สอบถามได้ที่นี่ค่ะ
This popup will close in:
This popup will close in: 10