Skip links
IELTS คืออะไร เปรียบเทียบ Academic และ General Training สำหรับผู้วางแผนเรียนต่อหรือย้ายประเทศ

IELTS คืออะไร? เลือกสอบ Academic หรือ General Training แบบไหนดี

อยากเรียนต่อหลักสูตรอินเตอร์ ไปเรียนต่างประเทศ หรือวางแผนย้ายประเทศ แต่ยังไม่รู้ว่าควรสอบ IELTS แบบไหน? หลายคนเริ่มจากการตั้งเป้าคะแนน 6.5 หรือ 7.0 แล้วค่อยหาคอร์สเตรียมสอบ ทั้งที่ขั้นตอนแรกควรเป็นการตรวจสอบว่า หน่วยงานที่เราจะยื่นคะแนนรับผลสอบประเภทใด

บทความนี้จะพาไปรู้จัก IELTS เปรียบเทียบ Academic กับ General Training และวางแผนเตรียมตัวตั้งแต่เลือกข้อสอบจนถึงกำหนดวันสอบ เพื่อให้คะแนนที่ได้ตอบโจทย์การใช้งานจริง

IELTS คืออะไร?

IELTS ย่อมาจาก International English Language Testing System เป็นการสอบวัดความสามารถภาษาอังกฤษ ครอบคลุม 4 ทักษะ ได้แก่ Listening, Reading, Writing และ Speaking โดยรายงานทั้งคะแนนรายทักษะและคะแนนรวม หรือ Overall Band Score

ผลสอบสามารถใช้ประกอบการสมัครเรียน การทำงานบางประเภท หรือการย้ายถิ่นฐานตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง แต่การมีคะแนน IELTS เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะผ่านเงื่อนไขสมัครทุกข้อ จึงควรอ่านเกณฑ์รับสมัครควบคู่กันเสมอ

IELTS Academic กับ General Training ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่วัตถุประสงค์ของข้อสอบ และเนื้อหาในส่วน Reading กับ Writing ส่วน Listening และ Speaking ใช้รูปแบบเดียวกันในทั้งสองประเภท [1][2]

ประเด็นIELTS AcademicIELTS General Training
วัตถุประสงค์หลักเรียนต่อระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า และขึ้นทะเบียนวิชาชีพบางประเภทย้ายถิ่นฐาน หรือฝึกอบรมและเรียนต่ำกว่าระดับปริญญา
Readingเนื้อหาเชิงวิชาการที่เหมาะกับผู้เตรียมเรียนระดับอุดมศึกษาเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน การทำงาน และเรื่องทั่วไป
Writing Task 1อธิบายข้อมูลจากกราฟ ตาราง แผนภูมิ หรือแผนภาพเขียนจดหมายตามสถานการณ์ที่กำหนด
Writing Task 2เขียนเรียงความตอบประเด็นหรือปัญหาที่กำหนดเขียนเรียงความตอบประเด็นหรือปัญหาที่กำหนด
Listening และ Speakingเหมือน General Trainingเหมือน Academic
สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนสมัครหลักสูตรหรือองค์กรรับผล Academic และรูปแบบสอบที่เลือกหรือไม่โครงการหรือหน่วยงานปลายทางกำหนด General Training หรือไม่

รายละเอียด Writing อ้างอิงคำอธิบายข้อสอบทางการของ IELTS [4] การเลือกประเภทสอบควรยึดตามข้อกำหนดปลายทาง แทนการเลือกจากความรู้สึกว่าแบบใดน่าจะง่ายกว่า

IELTS Academic เหมาะกับใคร?

IELTS Academic ออกแบบสำหรับผู้สมัครเรียนระดับปริญญาตรีหรือบัณฑิตศึกษาในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษ รวมถึงผู้ที่ต้องการขึ้นทะเบียนบางวิชาชีพ [1]

หากเป้าหมายคือมหาวิทยาลัยต่างประเทศหรือหลักสูตรอินเตอร์ ให้เปิดหน้ารับสมัครของหลักสูตรนั้นแล้วตรวจว่า ระบุ IELTS Academic หรือไม่ ต้องได้คะแนนรวมและรายทักษะเท่าไร และรับรูปแบบการสอบที่เราจะเลือกหรือไม่

IELTS General Training เหมาะกับใคร?

IELTS General Training มุ่งที่ผู้วางแผนย้ายถิ่นฐานไปประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ หรือผู้ที่จะฝึกอบรมและเรียนต่ำกว่าระดับปริญญา [2]

อย่างไรก็ตาม การย้ายประเทศแต่ละโครงการอาจกำหนดเงื่อนไขต่างกัน จึงควรตรวจชื่อข้อสอบที่รับจากหน่วยงานเจ้าของโครงการโดยตรงก่อนจองสอบ

ไปอังกฤษต้องสอบ IELTS for UKVI ทุกคนหรือไม่?

อย่าเลือก IELTS for UKVI จากประเทศปลายทางเพียงอย่างเดียว ให้ตรวจเงื่อนไขวีซ่าและคำแนะนำจากสถานศึกษาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

IELTS for UKVI มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของสถานที่สอบเพิ่มเติมสำหรับการใช้งานด้านวีซ่าและการเข้าเมืองสหราชอาณาจักร ส่วนผลสอบ Academic หรือ General Training for UKVI ใช้ระบบผลคะแนนเช่นเดียวกับประเภทปกติ [6]

IELTS สอบอะไรบ้าง? รู้จักทั้ง 4 ทักษะ

IELTS Academic ใช้เวลาสอบรวมประมาณ 2 ชั่วโมง 45 นาที โดยเวลาของแต่ละส่วนมีดังนี้ [1]

ทักษะเวลาประมาณแนวทางเตรียมตัว
Listening30 นาทีฝึกฟังใจความ รายละเอียด ตัวเลข และการสะกดคำ
Reading60 นาทีฝึกอ่านหาใจความและหลักฐาน พร้อมบริหารเวลาตอบ
Writing60 นาทีฝึกวางโครงเรื่องและเขียนให้ตรงโจทย์ของประเภทสอบ
Speaking11–14 นาทีฝึกตอบคำถาม อธิบายเหตุผล และขยายความอย่างเป็นธรรมชาติ

เวลาและขั้นตอนเพิ่มเติม เช่น การถ่ายคำตอบใน Listening ขึ้นอยู่กับรูปแบบการสอบ ควรอ่านคำแนะนำของรอบที่จองจริง

Listening: ฟังแล้วจับประเด็นให้ได้

ในการฝึก ไม่ควรหยุดเพียงการดูเฉลยว่าตอบถูกกี่ข้อ ลองจดด้วยว่าพลาดเพราะไม่รู้คำศัพท์ ฟังไม่ทัน สะกดผิด หรือจับข้อมูลผิดจุด แล้วเลือกแบบฝึกให้ตรงสาเหตุ

Reading: อ่านเพื่อหาคำตอบอย่างมีหลักฐาน

เริ่มจากอ่านโจทย์ให้เข้าใจ แล้วกลับไปหาข้อความที่รองรับคำตอบ ฝึกสังเกตคำที่มีความหมายใกล้เคียงและคำที่เปลี่ยนความหมายของประโยค เช่น คำปฏิเสธหรือคำบอกปริมาณ

การทบทวนว่าเหตุใดตัวเลือกอื่นจึงผิด จะช่วยให้การฝึกมีประโยชน์มากกว่าการจำคำตอบจากชุดเดิม

Writing: เลือกฝึกให้ตรงประเภทข้อสอบ

Academic Task 1 เป็นการอธิบายข้อมูลภาพ ส่วน General Training Task 1 เป็นการเขียนจดหมาย ทั้งสองประเภทมี Task 2 เป็นเรียงความ โดยกำหนดขั้นต่ำ Task 1 ที่ 150 คำ และ Task 2 ที่ 250 คำ [4]

จึงควรเลือกโจทย์ฝึกให้ตรงประเภทสอบตั้งแต่ต้น และขอความคิดเห็นต่อทั้งการตอบโจทย์ การจัดลำดับความคิด คำศัพท์ และไวยากรณ์

Speaking: ฝึกสื่อสารให้ต่อเนื่อง

Speaking แบ่งเป็น 3 ส่วน ตั้งแต่คำถามเรื่องคุ้นเคย การพูดตามหัวข้อที่ได้รับ ไปจนถึงการอภิปรายประเด็นที่เกี่ยวข้องในระดับกว้างขึ้น [7]

วิธีฝึกที่เริ่มเองได้คืออัดเสียงคำตอบ ฟังย้อนหลัง แล้วดูว่าเราตอบตรงคำถามหรือไม่ มีตัวอย่างประกอบหรือยัง และหยุดนานเพราะคิดเนื้อหาหรือหาคำศัพท์

IELTS ต้องได้กี่คะแนน?

IELTS รายงานคะแนนแบบ Band โดยคะแนนรวมคำนวณจากค่าเฉลี่ยของทั้ง 4 ทักษะและปัดตามเกณฑ์ IELTS ไม่มีคะแนนผ่านเพียงค่าเดียวสำหรับทุกเป้าหมาย [3]

สิ่งที่ต้องตรวจคือ คะแนนรวมขั้นต่ำ และ คะแนนขั้นต่ำรายทักษะ หากประกาศกำหนดทั้งสองเงื่อนไข ต้องผ่านทั้งคู่

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบาย: หลักสูตรหนึ่งกำหนด Overall 6.5 และทุกทักษะไม่ต่ำกว่า 6.0 หากผู้สมัครได้ Listening 7.0, Reading 7.0, Writing 5.5 และ Speaking 6.5 ค่าเฉลี่ยคือ 6.5 แต่ยังไม่ผ่านเงื่อนไขของหลักสูตรสมมตินี้ เพราะ Writing ต่ำกว่า 6.0

ดังนั้น คำถามที่ช่วยวางแผนได้มากกว่า “IELTS 6.5 พอไหม?” คือ “หลักสูตรที่เราจะสมัครกำหนดคะแนนรวมและรายทักษะไว้เท่าไร?”

คะแนน IELTS ใช้ได้กี่ปี?

IELTS แนะนำให้พิจารณาผลสอบว่ามีอายุใช้งาน 2 ปีนับจากวันสอบ แต่หน่วยงานที่รับคะแนนสามารถกำหนดรับผลที่เก่ากว่านั้นได้ จึงต้องตรวจเงื่อนไขของผู้รับคะแนนโดยตรง [3]

ในการวางแผน ลองทำปฏิทินย้อนจากวันสมัครหรือวันยื่นเอกสาร กำหนดวันสอบครั้งแรก และเผื่อเวลาปรับปรุงคะแนนหากยังไม่ถึงเกณฑ์ โดยตรวจด้วยว่าปลายทางนับอายุผลสอบ ณ วันใด

เริ่มเตรียมสอบ IELTS อย่างไรให้ตรงเป้าหมาย?

แนวทางต่อไปนี้เป็นข้อเสนอสำหรับจัดแผนฝึก สามารถปรับตามพื้นฐานและเวลาที่มี

1. ตรวจข้อกำหนดปลายทางก่อนซื้อคอร์สหรือจองสอบ

จดชื่อประเภทสอบ คะแนนรวม คะแนนรายทักษะ อายุผลสอบ และกำหนดส่งเอกสารไว้ในหน้าเดียว เมื่อมีข้อมูลครบจึงค่อยกำหนดเป้าหมายการฝึก

2. ทดลองทำโจทย์เพื่อดูจุดเริ่มต้น

ใช้ตัวอย่างข้อสอบทางการเพื่อทำความคุ้นเคยกับโจทย์ IELTS มีแหล่งฝึกและคำอธิบายสำหรับผู้เตรียมสอบให้ใช้ได้ [5] สำหรับ Writing และ Speaking ควรมีผู้ช่วยประเมิน เพราะการตรวจด้วยตัวเองอาจมองไม่เห็นจุดที่ควรแก้

3. แบ่งเวลาตามทักษะที่ต้องพัฒนา

ไม่จำเป็นต้องฝึกทุกทักษะเท่ากันทุกวัน หาก Reading ทำได้ตามเป้าแล้ว แต่ Writing ยังตอบโจทย์ไม่ครบ อาจเพิ่มเวลาวิเคราะห์โจทย์และแก้งานเขียน โดยยังคงฝึกทักษะอื่นสม่ำเสมอ

4. ทบทวนข้อผิดพลาดอย่างเป็นระบบ

ทำบันทึกสั้น ๆ ว่าผิดเรื่องอะไร เหตุใดจึงผิด และครั้งต่อไปจะตรวจอย่างไร เช่น “คำตอบถูกแต่สะกดผิด” หรือ “เขียนยาวแต่ไม่ได้ตอบประเด็นที่ถาม” แล้วกลับมาดูว่าปัญหาเดิมเกิดซ้ำหรือไม่

5. ฝึกจับเวลาและประเมินความพร้อมก่อนสอบจริง

เมื่อคุ้นเคยกับโจทย์แล้ว ให้ฝึกภายใต้เวลาใกล้เคียงจริง เพื่อดูว่าทำทันหรือไม่และคุณภาพคำตอบลดลงตรงไหน การประเมินความพร้อมควรดูทั้งคะแนนและความสม่ำเสมอจากการฝึกหลายครั้ง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ IELTS

IELTS Academic กับ General Training ใช้แทนกันได้ไหม?

อย่าสมมติว่าใช้แทนกันได้ ต้องตรวจว่าหน่วยงานปลายทางรับประเภทใด เพราะข้อสอบมีวัตถุประสงค์และส่วน Reading กับ Writing ต่างกัน [1][2]

IELTS General Training ง่ายกว่า Academic หรือไม่?

ไม่ควรใช้คำว่า “ง่ายกว่า” เป็นเหตุผลหลักในการเลือกสอบ แม้เนื้อหา Reading ต่างกัน แต่ IELTS ระบุว่า General Training Reading โดยทั่วไปต้องตอบถูกมากกว่าเพื่อให้ได้ Band เดียวกัน [3] เลือกข้อสอบที่ปลายทางรับก่อน แล้วเตรียมให้ตรงรูปแบบ

เรียนจบด้วย GED แล้วใช้ IELTS สมัครมหาวิทยาลัยได้เลยไหม?

ต้องตรวจเกณฑ์แต่ละหลักสูตร IELTS ใช้แสดงความสามารถภาษาอังกฤษ ส่วนคุณสมบัติวุฒิการศึกษา เอกสารเทียบวุฒิ และคะแนนคัดเลือกอื่นเป็นเงื่อนไขที่ต้องพิจารณาแยกกัน อย่าใช้คะแนนภาษาอังกฤษแทนเอกสารวุฒิที่หลักสูตรกำหนด

เตรียมสอบ IELTS ต้องใช้เวลานานแค่ไหน?

ไม่มีระยะเวลาเดียวที่เหมาะกับทุกคน ควรประเมินพื้นฐาน เป้าหมายรายทักษะ และจำนวนชั่วโมงที่ฝึกได้ก่อนจัดแผน ระยะเวลาฝึกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันคะแนนได้

วางแผนเตรียมสอบ IELTS กับ Paradigm Education

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มฝึกจากทักษะไหน ลองรวบรวมหลักสูตรเป้าหมาย เกณฑ์คะแนน และวันที่ต้องใช้ผลสอบ แล้วทักมาสอบถามแนวทางเตรียมสอบ IELTS กับ Paradigm Education

ส่งข้อความว่า “สนใจเตรียมสอบ IELTS” พร้อมคะแนนเป้าหมายและช่วงเวลาที่สะดวกเรียน เพื่อสอบถามรายละเอียดคอร์สและเลือกแนวทางให้สอดคล้องกับแผนของคุณ


แหล่งข้อมูลอ้างอิง

[1] IELTS — IELTS Academic: https://ielts.org/take-a-test/test-types/ielts-academic-test
[2] IELTS — IELTS General Training: https://ielts.org/take-a-test/test-types/ielts-general-training-test
[3] IELTS — Scoring in detail และคำแนะนำอายุผลสอบ: https://ielts.org/take-a-test/your-results/ielts-scoring-in-detail
[4] IELTS — Writing formats: https://ielts.org/take-a-test/test-types/ielts-academic-test/ielts-academic-format-writing และ https://ielts.org/take-a-test/preparation-resources/sample-test-questions/general-training-test
[5] IELTS — Preparation resources: https://ielts.org/take-a-test/preparation-resources
[6] IELTS — Your guide to understanding and using IELTS scores: https://ielts.org/cdn/ielts-guides/guide-to-ielts-scores-2025.pdf
[7] IELTS — Speaking format: https://ielts.org/take-a-test/test-types/ielts-academic-test/ielts-academic-format-speaking

Leave a comment

สอบถามได้ที่นี่ค่ะ
This popup will close in:
This popup will close in: 10